หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินเฟ้อก.ย.เ...

เงินเฟ้อก.ย.เพิ่ม 0.38% ราคาอาหารต้นเหตุ พณ.ชี้แนวโน้มขาขึ้น ตามภาวะราคาน้ำมันโลก

3.10.16 | 12:35 น.

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนกันยายน 2559 เท่ากับ 106.68 เพิ่มขึ้น 0.04% จากเดือนสิงหาคม 2559 และเพิ่มขึ้น 0.38% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2558 ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 นับจากเดือนเมษายน 2559 ทำให้ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 9 เดือนแรกปี 2559 เพิ่มขึ้น 0.02% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่พลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม 2558


ทั้งนี้ เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในเดือนกันยายน มาจากดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.47% โดยสินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น เช่น เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ เพิ่ม 1.35% ไข่และผลิตภัณฑ์นม เพิ่ม 1.85% ผักสด เพิ่ม 1.61% ผลไม้สด เพิ่ม 6.78% เครื่องประกอบอาหาร เพิ่ม 1.42% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 0.43% อาหารบริโภคในบ้าน เพิ่ม 1% นอกบ้าน เพิ่ม 1.07% ส่วนข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง ลดลง 0.58%

ขณะที่หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 0.24% ตามภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง 2.58% ค่าโดยสารสาธารณะ ลด 0.18% การสื่อสาร ลด 0.03% หมวดเคหสถาน ลด 1.16% ส่วนเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า เพิ่ม 0.20% การรักษาและบริการส่วนบุคคล เพิ่ม 0.71% การบันเทิง การอ่าน การศึกษา เพิ่ม 0.52% ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 13% ตามการปรับขึ้นค่าแสตมป์ยาสูบ

“แนวโน้มเงินเฟ้อเดือนต่อๆ ไปคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น หลังจากราคาน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นจากความต้องการเริ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปี ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อภาคครัวเรือน ทำให้มีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น แต่กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อปี 2559 ไว้ที่ 0.0-1.0% บนสมมุติฐานคือ เศรษฐกิจไทยเติบโต 2.8-3.8% ราคาน้ำมันดิบดูไบ 35-45 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 35-37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

Advertisement

น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนปรับฐานสินค้าที่ใช้ในการคำนวณเงินเฟ้อใหม่ จากเดิม 450 รายการ เหลือประมาณ 300 รายการ เพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด เพราะสินค้าบางรายการไม่ควรเก็บ เช่น บานพับ ตะปู มีการเก็บหลายขนาดมากเกินไป โดยอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานวิชาการอื่นๆ เพื่อกำหนดรายการสินค้า