หน้าแรก เศรษฐกิจ อึ้ง ลาวโขกค่...

อึ้ง ลาวโขกค่าธรรมเนียมสินค้าไทยพุ่ง-เครื่องไฟฟ้าคิดภาษี 100%-ตู้สินค้าเพิ่ม 5 เท่าตัว

3.10.16 | 13:16 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.59 นายสงวน ซ้อนกลิ่นสกุล รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย และนักธุรกิจ อ.เชียงของ ชายแดนไทย-สปป.ลาว เปิดเผยว่า จากการที่ อ.เชียงของ มีด่านตรงสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 4 เชื่อมเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว และติดต่อได้ถึงมณฑลยูนาน ประเทศจีน ผ่านถนนอาร์สามเอไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ระยะทางประมาณ 254 กิโลเมตร รวมทั้งยังมีท่าเรือแม่น้ำโขงสามารถค้าขายกับประเทศลุ่มแม่น้ำโขงและเชื่อมการท่องเที่ยวไปถึงเมืองหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ด้วยนั้น พบว่าที่ผ่านมามีมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้นมาตามลำดับอย่างไรก็ตามพบว่าในปี 2559 นี้พบการเปลี่ยนแปลงที่เป็นอุปสรรคต่อการค้ามากพอสมควร โดยในเดือน ก.ย.นี้พบว่าทางด่านพรมแดนฝั่ง สปป.ลาว มีการเก็บค่าธรรมเนียมตู้สินค้าคอนเทนเนอร์จากเดิมใบละ 10,000 บาท เพิ่มเป็น 50,000 บาท หรือกว่า 5 เท่าตัวแล้ว


นายสงวนกล่าวว่า นอกจากนี้พบว่าด่านพรมแดนฝั่ง สปป.ลาว มีการเข้มงวดกับสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าสูงมาก โดยสินค้าทุกชนิดที่ถูกส่งออกข้ามฝั่งไปจะถูกตรวจสอบหากพบข้อสงสัยว่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ด้วย เมื่อพบก็จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นมูลค่ากว่า 100% ของมูลค่าสินค้านั้นๆ หรือแม้แต่สินค้าผ่านแดนหรือทรานซิทประเภทข้าวที่มีการส่งออกผ่าน สปป.ลาว จะไปส่งที่มณฑลยูนาน ประเทศจีน ก็ยังมีการเก็บค่าธรรมเนียมในราคาสูงซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้แล้วทางนักธุรกิจได้พยายามสอบถามข้อมูลไปยังด่านพรมแดนตรงสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว ทั้ง 3 แห่งที่เหลือก็พบว่าไม่มีด่านพรมแดนใดเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนที่สะพานแห่งที่ 4 แต่อย่างใด จึงมีความสงสัยอย่างมาก

นายสงวนกล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงพยายามจะมีการรวบรวมข้อมูลการค้าชายแดนและนำเสนอไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อจะได้นำเข้าสู่ที่ประชุมในระดับต่างๆ แล้ว เพราะถนนอาร์สามเอและสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-สปป.ลาว แห่งที่ 4 นี้ถือว่ามีความสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์ระหว่างประเทศอย่างมาก โดยพบว่าในปัจจุบันใช้เป็นเส้นทางหลักทางบกในการค้าและท่องเที่ยวระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีนตอนใต้ ซึ่งทางการจีนและ สปป.ลาว ก็ได้หารือกันแล้วว่าจะทำถนนย่นระยะทางจากเดิมให้เหลือระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร โดยทางการจีนจะเป็นผู้ลงทุนและใช้รูปแบบการก่อสร้างแบบถนนในจีนคือตัดเป็นเส้นตรงหากผ่านภูเขาก็จะมีการทำสะพานหรือขุดเจาะ ดังนั้นหากว่ามีอุปสรรคปัญหาด้านการค้าการลงทุนก็ย่อมกระทบมาถึงสินค้าส่งออกของประเทศไทยด้วย

รายงานข่าวจากด่านศุลกากรเชียงของแจ้งว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมาการค้าชายแดนด้าน อ.เชียงของ มีการส่งออกเป็นมูลค่า 13,359,719,564.89 บาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ และนำเข้ามูลค่า 3,803,676,768.05 บาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทางการเกษตร

Advertisement