‘บริทาเนีย’ ชี้ธุรกิจอสังหาฯยังมีโอกาสเติบโตต่อ จ่อขายหุ้นไอพีโอ เตรียมเข้า ‘ตลาดหลักทรัพย์ฯ’

‘บริทาเนีย’ ชี้ธุรกิจอสังหาฯยังมีโอกาสเติบโตต่อ จ่อขายหุ้นไอพีโอ เตรียมเข้า ‘ตลาดหลักทรัพย์ฯ’

นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI เปิดเผยว่า การระบาดโควิด-19 เข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงของลูกค้า โดยต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบ หรือบ้านที่มีพื้นที่มากขึ้น ซึ่งถือเป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกกับธุรกิจของบริษัท และถือว่าสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี สะท้อนได้จากภาพช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โครงการบ้านของบริษัทขายดีมาก สวนทางกับการระบาดโควิด-19 รวมถึงเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) ซึ่งส่งผลบวกกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม เพราะลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เนื่องจากการไม่จำกัดเงินดาวน์ สามารถกู้ได้ 100% ทำให้ไม่ต้องรบกวนเงินเก็บเพียงอย่างเดียว สถาบันการเงินก็สามารถปล่อยกู้ได้ง่ายขึ้น

นางศุภลักษณ์กล่าวว่า รวมถึงที่ผ่านมาบริษัทสามารถปรับตัวและวางแผนรับมือกับการระบาดโควิด-19 ไว้อย่างครบถ้วน ทำให้การพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” เชื่อว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบกับธุรกิจของบริษัทมากนัก ในทางตรงกันข้ามถือเป็นโอกาสของบริษัทอีกครั้งมากกว่า จึงไม่ได้มีความกังวลมากนัก

“บริษัทใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ เพื่อยกระดับเป็นผู้นำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้าได้วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง อาทิ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง พระนครศรีอยุธยา และมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพ เน้นทำเลใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรมและจังหวัดที่ได้รับประโยชน์จากโครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่

“บริษัทมีเป้าหมายเป็นผู้นำการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบของประเทศ ผ่านการใช้จุดแข็งที่หลากหลาย ทั้งความเชี่ยวชาญการพัฒนาโครงการ ยึดความต้องการของผู้อาศัยเป็นศูนย์กลางในการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อออกแบบบ้านและการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการภายใต้แนวคิดที่ยึดหลักความต้องการของผู้บริโภค” นางศุภลักษณ์กล่าว

นางศุภลักษณ์กล่าวว่า บริษัทได้ยื่นแบบคำขอเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวนไม่เกิน 252,650,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 29.6% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ ปัจจุบันได้รับอนุมัติแบบคำขอเสนอขายหลักทรัพย์และไฟลิ่งมีผลใช้บังคับแล้ว

ด้านนายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอ เบื้องต้นที่หุ้นละ 10.00-10.50 บาท โดยจะเปิดให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือ ORI ที่มีสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ BRI (Pre-emptive Rights) จองซื้อในวันที่ 7-9 ธันวาคมนี้ ได้ 3 วิธี ได้แก่ 1.จองซื้อผ่านระบบ Electronic Rights Offering (“E-RO”) บนเว็บไซต์ www.yuanta.co.th 2.ยื่นใบจองซื้อ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนรับจองซื้อหุ้นในส่วน Pre-emptive Rights และ 3.การจองซื้อผ่านทางโทรศัพท์บันทึกเทป (สำหรับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น) โดยสามารถจองซื้อเกินกว่าสิทธิ (ไม่กำหนดอัตราสูงสุดการจองซื้อเกินกว่าสิทธิ)

นายพายุพัดกล่าวว่า ผู้ถือหุ้น ORI จะได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่จองซื้อเกินกว่าสิทธิ ต่อเมื่อมีหุ้นที่เหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น ORI ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นที่จองซื้อตามสิทธิครบถ้วนแล้วเท่านั้น โดยหลักเกณฑ์การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเกินกว่าสิทธิให้เป็นไปตามที่ระบุในแบบไฟลิ่งและหนังสือชี้ชวน
ส่วนนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ จองซื้อในวันที่ 13-15 ธันวาคมนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon