‘ส.ภัตตาคาร’ ชี้ขยายเวลานั่งดื่มได้ถึง 5 ทุ่ม ดึงบรรยากาศฟื้น คืนยอดขาย 90%

{"source_sid":"7CD8856F-73F4-4C98-B2EE-FAFDE0FD26FB_1621355985935","subsource":"done_button","uid":"7CD8856F-73F4-4C98-B2EE-FAFDE0FD26FB_1621355985894","source":"other","origin":"gallery"}

‘ส.ภัตตาคาร’ ชี้ขยายเวลานั่งดื่มได้ถึง 5 ทุ่ม ดึงบรรยากาศฟื้น คืนยอดขาย 90%

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า จากประกาศขยายเวลาดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึงเวลา 23.00 น. จากเดิมที่ให้ดื่มได้ถึง 21.00 น. โดยอนุญาตเฉพาะร้านอาหารที่ได้มาตรฐานชา และไทย สต็อป โควิด เท่านั้น จากเดิมที่อนุญาตให้เพียงร้านที่ได้มาตรฐานชา เนื่องจากร้านอาหารขนาดเล็ก ที่ได้มาตรฐานไทย สต็อป โควิด มีจำนวนกว่า 30,000 ราย ซึ่งถือว่ามีจำนวนมาก และรูปแบบการประเมินมาตรฐานทั้ง 2 แบบใช้เงื่อนไขลักษณะเดียวกัน คือ ยึดแบบประเมินมาตรฐานของสาธารณสุขเป็นหลัก จึงเสนอให้ร้านที่ได้ไทย สต็อป โควิด สามารถนั่งดื่มที่ร้านได้ด้วย เพื่อเป็นรางวัลให้กับเด็กดี ที่นำร้านอาหารของตัวเองเข้ารับมาตรฐานตามที่ภาครัฐกำหนด โดยเบื้องต้นประเมินว่า เวลา 2 ชั่วโมงที่ภาครัฐเพิ่มมากให้ มีค่ามากอยู่แล้ว เนื่องจากการเดินทางในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น ค่อนข้างใช้เวลามากพอสมควร ทำให้กำหนดเวลาที่ 21.00 น. ก็ไม่สามารถไปทานอาหารหรือดื่มได้ทันจริงๆ จึงเชื่อว่าการผ่อนคลายเวลาให้ครั้งนี้ จะส่งผลถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่ใกล้จะถึงแล้ว ให้เราสามารถผ่านไปปีหน้าได้แบบดีๆ เพราะดึงบรรยากาศฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น แต่ก็เน้นย้ำกับเพื่อนผู้ประกอบการ ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่มีอย่างเคร่งครัด ดูแลพนักงานให้ทำตามเงื่อนไขทุกอย่าง เพื่อความปลอดภัยทั้งของตัวเจ้าของร้าน พนักงาน และลูกค้าด้วย

“ที่ผ่านมา เมื่อเปิดให้ดื่มที่ริานได้ถึง 3 ทุ่ม ร้านอาหารที่ได้มาตรฐานชา ส่วนใหญ่จะเข้มจ้นในการทำตามกฎที่กำหนดไว้มาก เพราะไม่มีใครอยากถูกยึดมาตรฐานชาคืน และการได้มาตรฐานมาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องประเมินในหลายขั้นตอนตามที่สาธารณสุขกำหนด ทำให้พอ 3 ทุ่ม ผู้ประกอบการร้านอาหารที่เปิดให้ดื่มที่ร้านได้ ก็ต้องขอให้ลูกค้ายุติการดื่มและขอร้องให้เดินทางกลับบ้าน ซึ่งก็มีลูกค้าหลายส่วนที่ไม่พอใจ เพราะอยากดื่มต่อ อย่างน้อยก็ขอต่อเวลาอีกสักพัก ซึ่งทางร้านก็ไม่สามารถทำให้ได้จริงๆ ลูกค้าก็เกิดอาการไม่พอใจ ทำให้เราต้องเสียลูกค้าไปอีก แถมมีลูกค้าบางรายบอกว่า ร้านไม่ให้ดื่มไม่เป็นไร ย้ายไปนั่งดื่มร้านข้างๆ ก็ได้ ทั้งที่ร้านเหล่านั้นไม่ได้มาตรฐานชา แต่เปิดให้นั่งดื่มที่ร้านได้แล้ว ถือเป็นการแอบเปิด ซึ่งความจริงไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากไม่ปฏิบัติตามกฏหมายแล้ว ยังเสี่ยงต่อการระบาดโควิดทั้งกับตัวเอง พนักงาน และลูกค้าด้วย ซึ่งถือเป็นการไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม” นางฐนิวรรณ กล่าว

นางฐนิวรรณ กล่าวว่า เมื่อเปิดให้ดื่มที่ร้านได้ถึง 23.00 น. เห็นบรรยากาศร้านอาหารที่ได้มาตรฐานดังกล่าว มีลูกค้าเข้าใช้บริการมากกว่า เพราะนั่งดื่มได้นานเวลาเดิม รวมถึงร้านที่ได้ประโยชน์อย่างสถานบริการต่างๆ ที่ไม่ใช่ร้านอาหารโดยตรง แต่ปรับมาเปิดขายอาหารด้วย เพื่อให้นั่งดื่มที่ร้านได้ ซึ่งสถานประกอบการกลุ่มนี้ มองว่าน่าจะได้รับมาตรฐานชา หรือไทย สต็อป โควิดแล้ว เนื่องจากเห็นการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อยู่ และเชื่อว่าคงไม่ปล่อยละเลย แต่จะตรวจได้ครบทุกร้านหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง ทำให้ภาพการดำเนินธุรกิจเมื่อคืนวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา เห็นภาพลูกค้าเข้าใช้บริการหลายร้านแน่นตามาก จึงคาดการณ์ว่ายอดขายจะดีดตัวกลับคืนมาได้ เพราะธุรกิจร้านอาหาร แบ่งรายได้มาจากอาหาร 80% และเครื่องดื่ม 20% ซึ่งขณะนี้เห็นยอดขายฟื้นตัวมาแล้ว 70% ในภาพรวม แต่มีบางร้านที่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานชาได้อย่างดี สร้างความน่าเชื่อถือในความปลอดภัยให้ลูกค้าได้ ก็เห็นยอดขายฟื้นกลับมาเหมือนช่วงก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 หรือช่วงปี 2562 แล้ว เนื่องจากลูกค้านิยมเข้าใช้บริการเพราะมีความมั่นใจสูง ส่วนในเดือนธันวาคมนี้ ในธุรกิจร้านอาหารภาพรวม คาดว่ายอดขายจะฟื้นตัวกลับมาได้ที่ 90% แต่จะถึง 100% หรือไม่ ยังต้องประเมินบรรยากาศการใช้จ่ายใกล้ๆ ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon