‘ส.ภัตตาคาร’ ชี้เห็นสัญญาณยอดขาย ‘เคาต์ดาวน์’ พุ่ง 100% หวั่น ‘โอไมครอน’ หลุด ทำธุรกิจปิดอีกรอบ

{"source_sid":"7CD8856F-73F4-4C98-B2EE-FAFDE0FD26FB_1619652298516","subsource":"done_button","uid":"7CD8856F-73F4-4C98-B2EE-FAFDE0FD26FB_1619652298483","source":"other","origin":"gallery"}

‘ส.ภัตตาคาร’ ชี้เห็นสัญญาณยอดขาย ‘เคาต์ดาวน์’ พุ่ง 100% หวั่น ‘โอไมครอน’ หลุด ทำธุรกิจปิดอีกรอบ

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า บรรยากาศการใช้บริการร้านอาหารในขณะนี้ เห็นการฟื้นตัวดีขึ้นมาก โดยเฉพาะร้านอาหารที่ได้มาตรฐานชา และไทย สต็อป โควิด เนื่องจากสามารถเปิดให้นั่งดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้านได้ถึงเวลา 23.00 น. จากเดิมที่นั่งได้ถึง 21.00 น. เท่านั้น จึงได้รับความนิยมจากลูกค้าสูงมาก โดยขณะนี้เห็นยอดขายของธุรกิจร้านอาหารในภาพรวม ฟื้นกลับมากว่า 80% และมีบางร้านที่มีมาตรฐาน ได้รับความนิยมจากลูกค้า ยอดขายฟื้นตัวคืนมากว่า 100% เทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 หรือปี 2562 แล้ว จึงคาดว่าเทศกาลปีใหม่ 2565 หรือช่วงเคาต์ดาวน์ 2022 ยอดขายของร้านอาหารจะฟื้นคืนมาได้ถึง 100% เพราะขณะนี้เห็นร้านอาหารหลายแห่งมีลูกค้าเข้าใช้บริการจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งได้อานิสงส์จากอากาศที่หนาวแล้ว จะมีความคึกคักเพิ่มมากขึ้น โดยอยากย้ำว่า ร้านอาหารที่สามารถเปิดขายและดื่มแอลกอฮอล์ได้ จะต้องได้มาตรฐานชา และไทย สต็อป โควิด เท่านั้น เนื่องจากถือเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับทั้งเจ้าของร้าน พนักงาน และลูกค้าด้วย รวมถึงหากเกิดการระบาดโควิด-19 หรือพบคลัสเตอร์ในร้านอาหารขึ้นมา ร้านอาหารที่ได้มาตรฐานชา และไทย สต็อป โควิด จะไม่ถูกสั่งปิดแบบเหวี่ยงแห จากการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้รับปากแล้วว่า จะพิจารณาปิดร้านอาหารที่เป็นต้นตอเท่านั้น

“การนำร้านอาหารเข้ารับมาตรฐานชา และไทย สต็อป โควิด ถือเป็นการป้องกันตัวเอง และสร้างความปลอดภัยให้กับตัวเอง เพราะมาตรฐานที่ได้รับนั้น จะเป็นตัวคุ้มครองร้านไม่ให้ถูกปิดแบบเหมาเข่งได้ ผู้ประกอบการจึงต้องทำความเข้าใจและรักษามาตรฐานให้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดโควิดระลอกใหม่ขึ้น และต้องกลับมาปิดร้านใหม่อีกครั้ง” นางฐนิวรรณ กล่าว

นางฐนิวรรณ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในขณะนี้ ยังเห็นตัวเลขทรงตัวในหลัก 4-5 พันต่อวันอย่างต่อเนื่อง แต่หากสามารถคุมให้ทรงตัวแบบนี้และทยอยลดลงได้ ก็ถือว่าเราจะต้องพยายามอยู่กับโควิดให้ได้ เพราะคงต้องอยู่ไปอีกสักพักใหญ่ โดยโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ โอไมครอน ยอมรับว่าสร้างความกังวลสูงมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ สะท้อนเสียงมาว่ากังวลเชื้อโควิดโอไมครอน จะเล็ดลอดเข้ามาระบาดในประเทศ และสอบถามเข้ามาจำนวนมาก ว่าเชื้อโอไมครอน จะระบาดรุนแรง และส่งผลกระทบมากน้อยเท่าใด ทำให้ตอนนี้เราต้องกวดขันในการป้องกันและระมัดระวังตัวเองสูงสุด รวมถึงมีการถามเข้ามามากด้วยว่า เราจะปิดประเทศอีกหรือไม่ เพราะย้ำว่ามีความกังวลมากกับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ จึงขอให้อย่าได้เกิดการระบาดรุนแรง และต้องกลับมาปิดประเทศใหม่อีกครั้ง เพราะหากธุรกิจต้องปิดอีกรอบ ไม่สามารถเดินหน้าได้ต่อ ตรงนี้เหมือนกับตายทั้งเป็นแล้ว ตอนนี้จึงอยากให้รัฐบาลป้องกันให้ดีที่สุด และป้องกันให้ได้ รวมถึงหากจะประกาศควบคุมอะไรออกมา ขอให้พิจารณาและประเมินอย่างถี่ถ้วนมากที่สุด เพราะคนพิจารณาและประกาศคำสั่งออกมา เป็นคนมีเงินเดือน สามารถทำงานได้ปกติ แต่คนที่ต้องทำตามประกาศเหล่านั้น ตอนนี้มีแต่หนี้ จนกู้เงินมาเป็นทุนหมุนธุรกิจก็แทบไม่ได้แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon