พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) สายงานบริหารคลื่นความถี่และภูมิภาค ในฐานะอนุกรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่…) พ.ศ. … หรือ พ.ร.บ. กสทช. เปิดเผยว่า ขณะนี้ พ.ร.บ. กสทช. ฉบับใหม่ ได้ผ่านวาระที่ 1 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และอยู่ระหว่าการพิจารณาวาระที่2 ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อพิจารณาร่างรายมาตรา โดยสาระสำคัญของ พ.ร.บ. กสทช. ฉบับใหม่ มี 2 เรื่อง คือ การเพิ่มเติมในเรื่องของหลักการดำเนินงานของ กสทช. ให้สอดคล้องกับนโยบายด้านเทคโนโลยีของประเทศภายหลังจากที่มีคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(บอร์ดดีอี) และ การเปลี่ยนแปลงที่มาของบอร์ด กสทช. ทั้งนี้สำหรับ พ.ร.บ. กสทช. ฉบับใหม่ คาดจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในปี 2559
พล.อ.ต.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ในพ.ร.บ.ดังกล่าวได้มีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มอำนาจหน้าที่และบทบาทของ กสทช.อาทิ ถ้าเรื่องเกี่ยวกับการอนุญาตวิทยุโทรคมนาคมให้สำนักงาน กสทช. รับมอบอำนาจดำเนินการแทน โดยสามารถจัดสรรคลื่นความถี่ได้หากคลื่นความถี่มีจำนวนไม่จำกัด คลื่นความถี่ที่สามารถใช้ร่วมกันกับกิจการอื่นได้ หรือในกิจการที่บอร์ด กสทช. พิจารณาและกำหนด รวมทั้งจะมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ จากเดิมที่ให้นำเงินที่ได้หลังหักค่าใช้จ่ายในการจัดการประมูลส่งเป็นรายได้แผ่นดินทั้ง 100% เป็นต้องส่งเป็นรายได้แผ่นดิน 75% และที่เหลือให้นำส่งเข้ากองพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(กองทุนดีอี) นอกจากนี้ยังจะมีการหักรายได้ของ กสทช. ที่ได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาต หรือค่าปรับต่างๆ ต้องนำส่งเข้ากองทุนดีอี ในอัตรา 25% ด้วยเช่นกัน
“ส่วนประเด็นที่นักวิชาการและภาคสังคมเป็นห่วงกันว่าอำนาจของ กสทช. จะถูกลิดรอนไปอยู่ใต้กระทรวงดีอี(กระทรวงดิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว กสทช. ไม่ได้อยู่ใต้กระทรวงดีอี แต่อยู่ใต้บอร์ดดีอี ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อให้นโยบายการดำเนินภารกิจของ กสทช. สอดคล้องกับนโยบายของบอร์ดดีอี อาทิ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ส่วนในการปฏิบัติงาน เช่น การกำกับดูแล หรือ การจัดสรรคลื่นความถี่ ยังคงมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม” พล.อ.ต.ธนพันธุ์กล่าวและว่านอกจากนี้จะมีการลดคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.จาก 11 คนเหลือ 7 คน และจะยุบบอร์ดย่อยคือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) และ กิจการโทรคมนาคม(กทค.)

