‘บิ๊กตู่’ ปลื้มกระตุ้นใช้จ่าย 41.38 ล.คน ยอดพุ่ง 2.2 แสนล. ‘ดิจิทัลโนแมด’ บุกไทย 3 เมืองยอดฮิตเที่ยว-ทำงาน สปสช.โปะบัตรทองอีก 2 แสนล้าน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจมาตรการใช้จ่ายลดค่าครองชีพจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งและยิ่งใช้ยิ่งได้ ที่รัฐบาลมีการเพิ่มวงเงินสนับสนุนในการช่วยลดภาระในการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของประชาชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้ง 4 โครงการ ได้แก่ โครงการคนละครึ่งเฟส 3 โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ รวมทั้งเพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2564 ผู้ใช้สิทธิสะสมรวม 41.38 ล้านคน ยอดใช้จ่าย สะสมรวม 223,827.2 ล้านบาท
นายธนกรกล่าวอีกว่า ผลการจัดอันดับของ Holidu เป็นเว็บไซต์สำหรับการค้นหาสถานที่พักผ่อนของเยอรมนี ได้ยกให้ 3 เมืองของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ เป็นเมืองที่เหมาะกับการทำงานและพักผ่อนที่สุดในโลก (The Best Cities for a Workation 2021) หากเจาะลึกลงไปในกลุ่มชาวต่างชาติที่เดินทางด้วยจุดประสงค์ดังกล่าว หนึ่งในนั้นคือ กลุ่ม Digital Nomad เป็นผู้ที่ทำงานทางไกลผ่านระบบออนไลน์จากต่างประเทศหรือประเทศปลายทาง ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว รวมถึงมักจะพำนักแบบระยะยาว และมีสถานที่ทำงานเป็นร้านกาแฟ ห้องสมุดสาธารณะ และ Co-working Space จากผลการสำรวจของ Adventure Travel Trade Association ปี 2021 พบว่า ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของกลุ่ม Digital Nomad ในลักษณะของการพำนักแบบ Long Stays (มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป) และ Medium Stays (ระหว่าง 1-3 เดือน) โดยมีปัจจัยประกอบการพิจารณา ได้แก่ 1.อินเตอร์เน็ตที่เสถียร 2.อากาศที่ดี 3.ค่าครองชีพที่ต่ำ 4.มาตรการรับตรวจลงตรา (visa) ที่ไม่ยุ่งยาก และ 5.แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ จึงนับเป็นโอกาสสำคัญของไทยเพื่อรองรับการทำงานในสถานการณ์โควิด-19 ที่พนักงานไม่จำเป็นต้องอยู่ในสำนักงานหรือทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work From Anywhere) ประกอบกับไทยมีเมืองที่เหมาะสมกับการทำงานและพักผ่อน (Workation) สอดคล้องกับ 3 เมืองหลักๆ ของไทย (กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่) นอกจากนี้ จากผลการสำรวจของ MBO Partners ยังพบว่าจำนวนของกลุ่ม Digital Nomad ในสหรัฐ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี โดยในปี 2020 มี Digital Nomad ชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นเป็น 10.9 ล้านคน จาก 7.3 ล้านคน ในปี 2019 โดยนายกฯขอบคุณการทำงานอย่างแข็งขันของทุกภาคส่วน ที่ทำให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมด้านการท่องเที่ยวและการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการกระจายรายได้ในวงกว้างทั้งในภาคท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 13/2564 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน มีมติเห็นชอบข้อเสนองบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ปีงบประมาณ 2566 จำนวน 207,093 ล้านบาท และให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ต่อไป
สำหรับข้อเสนองบประมาณกองทุนปี 2566 เพิ่มจากปีงบประมาณ 2565 จำนวน 8,202 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 เพื่อรองรับนโยบาย รมว.สธ. อาทิ 4 โครงการยกระดับบัตรทอง โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ การส่งเสริมกัญชาทางการแพทย์ นโยบายผู้สูงอายุ การดูแลที่บ้านและชุมชน นโยบายลดความแออัดโรงพยาบาลปฐมภูมิในเขตเมือง นวัตกรรมด้านการแพทย์ และบริการ Telemedicine นอกจากนี้ ยังรองรับสิทธิประโยชน์ใหม่ที่จะประกาศเพิ่มภายในปี 2565 จำนวน 26 รายการ รวมทั้งการสนับสนุนอุปกรณ์และยาตามบัญชีนวัตกรรม

