หน้าแรก เศรษฐกิจ เลิกทุบหัวลำโ...

เลิกทุบหัวลำโพง คมนาคมยันแค่ลดบทบาท เริ่ม 23 ธ.ค. เฉือนรถเข้า เหลือ 22 ขบวน

14.12.21 | 19:10 น.

เลิกทุบหัวลำโพง!! คมนาคมยันแค่ลดบทบาท เฉือนเหลือ 22 ขบวน เริ่ม 23 ธ.ค.นี้

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยระหว่างการเปิดรับฟังความเห็นทุกภาคส่วน “อนาคตสถานีหหัวลำโพง ประวัติศาสตร์คู่การพัฒนา” ว่า สำหรับการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อและโครงการรถไฟสายสีแดง ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้รับนโยบายจากภาครัฐขับให้เคลื่อนโครงการสามารถเดินหน้าได้ตามแผนที่วางไว้ เบื้องต้นนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด แบ่งออกเป็น 5 คณะทำงาน ซึ่งการแต่งตั้งในครั้งนี้เป็นการแต่งตั้งเพื่อดำเนินการบริหารจัดการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อและโครงการรถไฟสายสีแดง


“ยืนยันว่าจากการประชุมทั้ง 7 ครั้ง ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการพิจารณาการกำหนดอัตราค่าโดยสารและการเดินรถไฟสายสีแดง การพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ และทำความเข้าใจกับประชาชนนั้น ไม่มีการพูดปิดหัวลำโพง เป็นเพียงการลดบทบาทหน้าที่ของสถานีหัวลำโพง เนื่องจากเป็นศูนย์รถไฟทางไกลและรถไฟชานเมือง แต่จากการพิจารณาเพื่อให้เกิดการพัฒนา สถานีกลาง และเชื่อมต่อระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพและได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งนี้ ยังคงการ ปัจจุบันมีการปรับเส้นทางรถโดยสารเข้าสถานีกลางบางซื่อถึง 15 เส้นทาง ขณะเดียวกันที่ประชุมยังมีมติให้รถไฟชานเมืองเข้าสถานีหัวลำโพงตามเดิม ทั้งนี้ที่ผ่านมารฟท.ได้มีการศึกษาพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีหัวลำโพงตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งกระทรวงเล็งเห็นถึงการพัฒนาสถานีรถไฟโดยรอบ (ทีโอดี) เป็นสิ่งสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการเดินทางให้แก่ประชาชนในอนาคต” นายสรพงศ์ กล่าว

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวว่า ยืนยันว่าการพัฒนาสถานีหัวลำโพง ไม่มีการทุบสถานีหัวลำโพงแน่นอน และไม่มีการปิดสถานีหัวลำโพงแต่อย่างใด ทั้งนี้จะมีการลดบทบาทของสถานีหัวลำโพงลง เนื่องจากปัจจุบันมีการสร้างสถานีกลางบางซื่อเสร็จแล้ว ที่ผ่านมามีรถไฟเข้าสถานีหัวลำโพง 118 ขบวนต่อวัน ปัจจุบันจะมีการปรับขบวนรถไฟเหลือ 22 ขบวนต่อวัน เริ่ม 23 ธันวาคมนี้

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า สำหรับสาเหตุที่ลดบทบาทของสถานีรถไฟหัวลำโพง เนื่องจากโครงการรถไฟสายสีแดงถูกออกแบบตามแผนแม่บทกว่า 20 ปี เพิ่งก่อสร้างเสร็จไม่นาน โดยรูปแบบการก่อสร้างรถไฟสายสีแดงเป็นยกระดับรถไฟ เพื่อแก้ไขปัญหาลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดรถไฟในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมด 27 จุด ซึ่งทั่วโลกไม่มีทางรถไฟที่มีจุดตัดรถไฟภายในใจกลางเมือง หลังจากก่อสร้างรถไฟสายสีแดงแล้วควรยกเลิกการใช้ไม่กั้น แต่ทางกระทรวงคมนาคมได้รับฟังภาคประชาชนควรมีไม้กั้นเพื่อให้บริการรถไฟชานเมืองบางเส้นทางที่เข้าสถานีหัวลำโพง ปัจจุบันมีการลดจุดตัดรถไฟแล้วอยู่ที่ 86% เหลือ 14 %

Advertisement

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า ในอนาคตสถานีหัวลำโพงจะถูกลดบทบาทลง แต่ยังคงใช้ประโยชน์เป็นสถานีอยู่ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนระบบรถไฟเป็นรถไฟฟ้า เนื่องจากจะมีการก่อสร้างโครงการรถไฟส่วนต่อขยายสายสีแดงในช่วงการก่อสร้าง 2-3 ปี ข้างหน้า อาจจะมีปัญหาขัดข้องอยู่บ้าง เพราะมีการเปิดหน้าดิน ส่วนกรณีการนำรถไฟทั้ง 22 ขบวน เข้าสถานีหัวลำโพง ยังมีความจำเป็น เนื่องจากพบว่าประชาชนที่ต้องใช้บริการรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพง 7,000 คน/วัน คิดเป็น 0.018% ของการเดินทางภายในกรุงเทพฯ ทำให้พื้นที่บางส่วนจะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต มีการจำหน่ายสินค้าโอทอป

“รถไฟบางขบวน จำนวน 118 ขบวน ไม่มีความจำเป็น เนื่องจากผู้ที่ต้องการเดินทางจากกรุงเทพไปต่างจังหวัดไม่มีความจำเป็นต้องหยุดขบวนรถไฟที่สถานีสามเสน,สถานียมราช โดยรถไฟทางไกลจะย้ายไปให้บริการที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งสะดวกสบายต่อการเดินทางมากกว่า” นายพิเชฐ กล่าว

นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะทำให้ประชาชนสับสนมาก โดยที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าจะมีการปิดให้บริการเดินรถไฟที่สถานีหัวลำโพง รวมทั้งจะมีการพัฒนาบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ว่ารฟท.ควรชี้แจง ให้ทราบ ไม่ใช่ให้กระทรวงคมนาคมและส่งผู้ช่วยผู้ว่ารฟท.มาชี้แจงกับประชาชน เพราะถืออยู่ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานรฟท. ได้รับเงินเดือนมากกว่าผู้อื่นจะหลบหน้าสื่อหรือประชาชนไม่ได้

“ช่วงที่ผมเป็นผู้ว่ารฟท.ไม่เคยหลบหน้าสื่อ ควรคิดตรงนี้ใหม่ ไม่มีความจำเป็นเลยที่ต้องมาเปิดรับฟังความคิดเห็น ถ้ามีการชี้แจงอย่างชัดเจน แต่รฟท.บอกว่าไม่มีการรื้อบริเวณหน้าสถานีหัวลำโพง แต่จากภาพที่ออกมาพบว่าบริเวณหน้าสถานีหัวลำโพง เป็นทางเข้าไปสู่อาณาจักรที่มีการจำหน่ายสินค้าราคาแพงและมีอาคารสูงขนาดใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนไม่เห็นด้วย ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ แต่ยังคงต้องมีสถานีหัวลำโพงอยู่ หากจะหยุดเดินรถไฟที่หัวลำโพงจะต้องมีการเดินรถเข้าไปต่อเมื่อมีการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีแดงแล้วเสร็จ ทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกมากขึ้น ในฐานะคนรถไฟไม่เห็นด้วยให้หยุดเดินรถไฟเข้าสถานีหัวลำโพง” นายประภัสร์ กล่าว

นายสุเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในเรื่องของการลดบทบาทของสถานีหัวลำโพง นั้น ทางกระทรวงคมนาคมก็ได้ชี้แจงแล้วว่าเป็นการลดจำนวนขบวน ไม่ได้ยกเลิกทั้งหมด แต่ต้นต่อของปัญหาที่แท้จริงคือมิซซิ่ง ลิงก์ ระหว่างเส้นทาง บางซื่อ-หัวหมาก และบางซื่อ-หัวหมาก ที่ยังสร้างไม่เสร็จ เพราะความผิดพลาดของรัฐบาล แต่ถึงอย่างนั้นยังมีการเร่งปิดสถานีหัวลำโพงความเดือดร้อนจึงตกมาอยู่ที่ประชาชน

นายสุเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับมิสซิ่ง ลิงก์ เป็นส่วนหนึ่งของรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งส่วนที่เป็นปัญหาคือช่วง บางซื่อ-หัวลำโพง ยังไม่แล้วเสร็จ เมื่อรัฐยังคงแผนเดิมคือย้ายศูนย์กลางไปอยู่ที่บางซื่อ คนที่เดือดร้อนจึงเป็นประชาชน ส่วนอีกหนึ่งปัญหาที่เป็นผลให้รัฐต้องลดจำนวนการวิ่งรถ คือหนี้สินของการรถไฟฯ และแก้ไขโดยจะยกที่ดินไปทำประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย หากจะปิดหัวลำโพง และรัฐจะต้องมีแผนในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแผนในครั้งนี้ด้วย

“ปัญหาของเรื่องนี้คือลำดับการพัฒนาผิดพลาด บางโครงการที่ควรจะเกิดหลังดันเกิดก่อน พอผิดพลาดก็เอาที่ดินไปประเคนให้โครงการมีโอกาสเกิดได้ ยังไม่พอยังให้งบประมาณกว่าแสนล้านบาท เพื่อผลักดันให้โครงการเกิด แล้วในอนาคตงบฯ เหล่านี้ก็กลายเป็นหนี้ของการรถไฟฯ และทำให้การรถไฟฯ ลืมจุดประสงค์หลักที่ต้องให้บริการประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย” นายสุเชษฐ์ กล่าว