สรรพากรแจง 3 แนวเก็บภาษีหุ้นไม่กระทบรายย่อย ก.เกษตรฯปัดผักจีนบุกแค่เปลี่ยนขนทางรถไฟแทน

สรรพากรแจง 3 แนวเก็บภาษีหุ้นไม่กระทบรายย่อย ก.เกษตรฯปัดผักจีนบุกแค่เปลี่ยนขนทางรถไฟแทน

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงการเตรียมเก็บภาษีจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ว่า ภาษีดังกล่าวได้รับการยกเว้นมากกว่า 30 ปีแล้ว โดยกรมและกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาการเรียกจัดเก็บ ต้องดูหลายปัจจัยประกอบ โดยเฉพาะเงื่อนไขเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวประชาชน 85% หรือนักลงทุนรายย่อยจะไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน การศึกษาการเรียกเก็บภาษีการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ประกอบด้วย 3 แนวทาง คือ 1.การขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 1 ล้านบาทต่อเดือน 2.การขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 1.5 ล้านบาทต่อเดือน และ 3.การขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ 2 ล้านบาทต่อเดือนขึ้นไป โดยในการตรากฎหมายเดิมนั้น กำหนดไว้ว่าการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 1 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องเสียภาษีในอัตรา 0.1% ของมูลค่าขาย แต่ปัจจุบันยังได้รับการยกเว้น

ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้ศึกษาภาษีทั้ง 2 ส่วน คือภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ (แคปิตอล เกน) หากจะเรียกเก็บจากส่วนนี้จะต้องตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ หรือแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม แต่สำหรับการเก็บภาษีการขายหุ้น มีประมวลรัษฎากร กฎหมายภาษีของกรมสรรพากรอยู่แล้ว แต่ได้รับการยกเว้นมาตั้งแต่ปี 2534 สามารถเรียกเก็บได้เลย การหยิบยกกฎหมายนี้ขึ้นมาก็เป็นไปแผนการปฏิรูปภาษี ปัจุบันหลายประเทศมีการเรียกเก็บทั้ง 2 ส่วน หรือบางประเทศก็เรียกเก็บเพียงอย่างเดียว

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า สำหรับการชำระภาษีนั้น ให้โบรกเกอร์ตัวแทนของผู้ขายหลักทรัพย์เป็นผู้หักภาษี และเป็นผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีแทนผู้ขาย โดยที่ผู้ขายไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีอีก โดยคาดว่าจะจัดเก็บรายได้ 1-2 หมื่นล้านบาท

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกระแสข่าวการทะลักเข้ามาของสินค้าเกษตรโดยเฉพาะผักและผลไม้จีน หลังจากเปิดเส้นทางรถไฟจีน-ลาวว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง นับจากเปิดเส้นทางปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา กระทรวงได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งจากหน่วยงานในกระทรวง รวมถึงหน่วยงานในจังหวัดแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้มีสินค้าทะลักมาตามที่ข่าวกล่าวอ้างแต่อย่างใด และยังไม่มีผู้ประกอบการมาติดต่อขอนำสินค้าเกษตรจำนวนมากผิดปกติ จากรายงานมีเพียงทางจีนได้ทดลองขนส่งผักมาไทย จำนวน 33 ตู้ เป็นผักเมืองหนาว รวมปริมาณ 600 ตัน มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งจากรถบนเส้นทาง R3A มาเป็นรถไฟ จึงเป็นเพียงการเปลี่ยนเส้นทางขนสินค้าเท่านั้น

“เรื่องดังกล่าว นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งการดำเนินงานภายใต้ฟรุ๊ตบอร์ด ประสานทูตเกษตร สมาคมและสมาพันธ์ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทย กลุ่มผู้ประกอบการส่งออกสินค้าเกษตร และหน่วยงานเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัดที่ประจำด่าน เข้มงวดเรื่องการตรวจสอบคุณภาพ และดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด กรณีเกิดการลักลอบสินค้าเกษตรเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่เกษตรตรวจพบเจอสามารถดำเนินการจับกุมได้ทันที อีกทั้งยังได้มีการประสานงาน ร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงที่ดูแลรับผิดชอบบริเวณด่านชายแดนอย่างใกล้ชิด ตลอดจนประชาสัมพันธ์คุณภาพผลไม้ไทย และส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทยในประเทศพร้อมทั้ง ผลักดันการส่งออกผลไม้ไปยังต่างประเทศ” นายฉันทานนท์กล่าว

นายฉันทานนท์กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯยังได้เตรียมความพร้อมและอยู่ระหว่างเตรียมการส่งออกผัก ผลไม้ รวมทั้งกล้วยไม้ และยางพารา บนเส้นทางรถไฟไทย-จีน-ลาว แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายไทย-ลาว-จีน กำหนดแนวทางการพัฒนา 4 ด้าน ประกอบด้วย
1.การเตรียมความพร้อมของด่านและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
2.การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร/อัตรากำลังประจำด่านเพื่อให้สามารถให้บริการได้เพียงพอ
3.การพัฒนาและเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องด้านการ นำเข้า-ส่งออก เช่น ระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ และการพัฒนาระบบให้รองรับการชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางอีเพย์เมนต์ เป็นต้น
4.ปรับปรุงกฎระเบียบ วิธีปฏิบัติรองรับการให้บริการส่งออก-นำเข้า ณ จุดผ่านแดนในระยะยาว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon