นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2559 เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,853 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีฝนตกในเขตจังหวัดกำแพงเพชรและอุทัยธานี ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น และยังมีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สำหรับในพื้นที่ตอนล่าง กรมชลฯได้ระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ช่วยเร่งระบายน้ำในช่วงน้ำทะเลลง รวมปริมาณน้ำที่ได้ระบายออกสู่ทะเลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน-5 ตุลาคม 2559 ปริมาณทั้งสิ้น 232 ล้าน ลบ.ม. แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักในช่วงเดือนตุลาคม ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้อย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย
นายสัญชัยกล่าวว่า สำหรับการผันน้ำเข้าทุ่งแก้มลิงต่างๆ นั้น กรมชลฯได้วางแผนใช้ทุ่งต่างๆ ที่เป็นแก้มลิงเอาไว้รองรับน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะเกิดจากฝนตกหนัก ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าร่องความกดอากาศต่ำจะพาดผ่านภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ทำให้มีฝนตกชุกตั้งแต่ต้นเดือนไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม 2559 การพร่องน้ำรอในช่วงนี้จะทำให้มีพื้นที่รองรับน้ำที่จะมาอีกระลอก ซึ่งจะเกิดประโยชน์มากกว่าการเอาน้ำเข้าก่อนหน้านี้ หากเกิดปริมาณน้ำจำนวนมากไหลหลากลงมา จะทำให้ไม่มีที่เก็บกักและชะลอน้ำเอาไว้ ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลลงมาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว อาจจะเกิดความเสียหายแผ่กว้างกว่าที่เป็นอยู่ เพราะปริมาณน้ำจะไหลข้ามคันกั้นน้ำทำให้การควบคุมปริมาณน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก

