หน้าแรก เศรษฐกิจ มูลนิธิข้าวไท...

มูลนิธิข้าวไทยฯ-สนช. ชูนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าข้าวลดปัญหาราคาผันผวน

5.10.16 | 14:42 น.

นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่าได้ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. จัดประกาศผล “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2559” เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทยตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ข้าวให้สามารถแข่งขันได้ รวมถึงเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยเกิดความตื่นตัวและใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากคุณประโยชน์ด้านต่างๆ ของข้าวให้มีความหลากหลาย และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกในปัจจุบันมากขึ้น อันจะเป็นการสร้างมูลค่าของข้าวไทยให้เกิดขึ้นในประเทศอย่างยั่งยืน


นายสุเมธกล่าวว่า สำหรับการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยในปีนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับอุตสาหกรรม และระดับวิสาหกิจชุมชน โดยมีเกณฑ์การพิจารณา 4 ด้าน คือ ความเป็นนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่ม มีศักยภาพในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ และเป็นประโยชน์ที่ได้รับทางสังคม เศรษฐกิจ โดยผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 จะได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 80,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 40,000 บาท รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท และรางวัลชมเชย เงินรางวัล 10,000 บาท (2 รางวัล) รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับอุตสาหกรรม ได้แก่ โครงการขี้เถ้าแกลบเสริมฤทธิ์การชะลอการสุกของผลไม้ของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ร่วมกับบริษัท โรงสีข้าว ต.ประเสริฐ อุตรดิตถ์ จำกัด ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ขี้เถ้าแกลบเสริมฤทธิ์การชะลอการสุกของผลไม้ด้วยการปรับปรุงคุณสมบัติความเป็นรูพรุนของขี้เถ้าแกลบ โดยการใช้สาร Glycerol เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจับสารในรูพรุน และการใช้สารที่สามารถกักเก็บได้ในรูพรุนขี้เถ้าแกลบ จึงช่วยชะลอการสุกของผลไม้ได้ จากการศึกษาพบว่าสามารถชะลอการสุกของกล้วยหอมได้ 2 สัปดาห์ ชะลอการสุกของทุเรียนได้ 2 สัปดาห์ และชะลอการสุกของลางสาดได้ 1 สัปดาห์ เป็นต้น โดยจะเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มผู้ส่งออกผลไม้ และเกษตรกร รวมทั้งการส่งจำหน่ายปลีกตามห้างและร้านค้าปลีก เพื่อกลุ่มผู้บริโภคผลไม้ ที่ต้องการเก็บไว้ได้นานโดยไม่ใส่ตู้เย็น สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ โครงการ “ไรซ์เบอร์รี่ช็อคโกครัน” อาหารเช้าจากข้าวไทย ของวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าทอง ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

นายสุเมธกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมระดับประเทศด้านผลิตภัณฑ์ช็อคโกครันอาหารเช้าจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยการนำข้าวไรซ์เบอร์รี่มาผ่านกระบวนการให้ความร้อนทำให้เกิดกระบวนการเจลาติไนซ์ ด้วยปริมาณอะไมโลสสูงทำให้เม็ดข้าวแยกตัวออกจากกัน จากนั้นนำไปลดความชื้นและอบให้เกิดการพองตัว จากนั้นนำไปเคลือบผิวด้วยช็อกโกแลตเพื่อรักษาความกรอบของผลิตภัณฑ์ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่เข้ามาตอบสนองความต้องการของตลาดผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า “ข้าวเป็นอาหารหลักสำคัญที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของสังคมไทยมาอย่างยาวนาน อีกทั้งประเทศไทยยังถือเป็นแหล่งผลิตและส่งออกข้าวที่สำคัญของโลกอีกด้วย ที่ผ่านมา สนช. ได้วางแนวทางการดำเนินงานและเป้าหมายที่จะยกระดับข้าวในเชิงพาณิชย์ “ข้าวไทย” จะไม่ได้เป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์เท่านั้น แต่จะเป็นสินค้าเฉพาะที่มีมูลค่าเพิ่มสูงมาก และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แปรรูปในกลุ่มอาหารสุขภาพ อาหารเพื่อความสะดวกสบาย และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและยา ซึ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรมข้าวของ สนช. ได้ถูกบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2560 – 2563 ที่จัดทำโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านข้าวของประเทศไทยให้ก้าวสูงขึ้น ด้วยการพัฒนาธุรกิจใหม่บนฐานความรู้ และการใช้นโยบายนวัตกรรมข้าวไทยในเชิงรุกผ่านการสนับสนุนโครงการนวัตกรรมของ สนช. ซึ่งกว่า 10 ปีที่ผ่านมา สนช. ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ทำนวัตกรรมจากข้าวไปแล้ว จำนวน 56 โครงการ มูลค่าการสนับสนุนประมาณ 60 ล้านบาท ก่อให้เกิดการลงทุนรวมกว่า 400 ล้านบาท”

Advertisement