นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า สำหรับที่ดิน ส.ป.ก.ที่ถูกครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายเกินกว่า 500ไร่ มีจำนวนทั้งสิ้น 431 แปลง เนื้อที่ 441,054 ไร่ ในพื้นที่ 27 จังหวัด ซึ่งมีผู้ยื่นคัดค้าน จำนวน 362,865 ไร่ ขณะนี้ผลการพิจารณาจาก ส.ป.ก. จังหวัดมีเอกสารคำคัดค้านฟังขึ้น จำนวน 289,482 ไร่ แบ่งเป็นที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน จำนวน 109,531 ไร่ และที่ดินที่ครอบครองเดิม 179,591 ไร่ หลังจากนี้ส.ป.ก. ส่วนกลางตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ผลการตรวจสอบมีมาตรฐานเดียวกัน อย่างไรก็ตามขณะนี้ ส.ป.ก. ได้วางแผนนำพื้นที่ที่ยึดคืนได้มาพัฒนา คาดว่า มีเนื้อที่ที่สามารถนำพื้นที่มาพัฒนาได้กว่า 111,642 ไร่ โดยเมื่อวันที่ 30กันยายน 2559 ที่ผ่านมา ส.ป.ก. ได้จัดประชุมคณะกรรมการการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 4/2559 และอนุมัติหลักการใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นวงเงินจำนวน 960 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายตามโครงการพัฒนาแปลงที่ดินที่ได้จากการยึดคืนพื้นที่ดังกล่าว
นายสมปอง กล่าวว่า ทั้งนี้นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส อดีตเลขาธิการ ส.ป.ก. ได้ตรวจสอบเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งสิ้น 431 แปลง แต่มีข้อมูลบางส่วนที่คลาดเคลื่อนไป สำหรับพื้นที่ที่ไม่มีผู้ยื่นคัดค้าน จากเดิม 28 แปลง เหลือเพียง 23 แปลงเท่านั้น เนื่องจากพบว่า มีการนำเอกสารตามประมวลกฎหมายที่ดิน หรือ นส3. มายื่นเต็มแปลง จำนวน 3 แปลง เป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันเกินกว่า 15%ไม่เหมาะแก่การประกอบเกษตรกรรม จำนวน 1 แปลง และเป็นพื้นที่ที่มีการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 แล้วแต่เกิดความคลาดเคลื่อนในการกำหนดพื้นที่เป้าหมายตั้งแต่แรก จำนวน 1 แปลง สำหรับพื้นที่ที่มีการคัดค้านเต็มแปลง จำนวน 403 แปลง ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประมวลข้อมูลลงระบบเพื่อประเมินผล เพราะมีพื้นที่ที่ให้ยึดเพิ่ม พื้นที่ที่ต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งพื้นที่ที่อ้างด้วย นส3. และ ภบท.5 ซึ่งคาดว่ากระบวนดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้

