หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ททท.’ เดินหน...

‘ททท.’ เดินหน้าจัดเคาต์ดาวน์ 5 ภาค ย้ำป้องกันสูงสุด คาดหยุดยาวปีใหม่ทำเงินสะพัด 2 หมื่นลบ.

25.12.21 | 04:33 น.

‘ททท.’ เดินหน้าจัดเคาต์ดาวน์ 5 ภาค ย้ำป้องกันสูงสุด คาดหยุดยาวปีใหม่ทำเงินสะพัด 2 หมื่นลบ.

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การจัดงานเคาต์ดาวน์ 5 ภาค 5 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา และระยอง ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2564 เพื่อเป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งถือเป็นการส่งมอบของขวัญและสร้างความสุขให้แก่ประชาชน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแผนดำเนินงาน และเดินหน้าจัดตามมติและข้อปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) โดยการจัดงานเคาต์ดาวน์นั้นใช้วงเงินการจัดงานรวม 150 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งแต่ละงานจะจัดในรูปแบบพื้นที่ปิด มีการจำกัดผู้เข้าร่วมงานที่ประมาณ 1,000-2,000 คนต่อวัน ต่างจากการจัดกิจกรรม (อีเวนต์) ในช่วงก่อนเจอวิกฤตโควิด ที่มักจัดงานขนาดใหญ่ และเน้นจำนวนคนเข้าร่วมมากๆ ทำให้ ททท.ไม่ได้ตั้งเป้าดึงคนมาร่วมงานเป็นจำนวนมากเหมือนที่ผ่านมาแล้ว โดยคาดการณ์แนวโน้มในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2565 จะมีเม็ดเงินสะพัดด้านการท่องเที่ยว 1-2 หมื่นล้านบาท ผ่านการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศประมาณ 5-6 ล้านคน/ครั้ง สร้างอัตราการเข้าพักเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 50% ทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นช่วงที่คนไทยเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาเพื่อเยี่ยมญาติพี่น้อง และถือโอกาสท่องเที่ยวพร้อมกับครอบครัวไปในตัว


นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า สถานที่จัดงานเคาต์ดาวน์ที่ ททท.สนับสนุน อาทิ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เท่าที่ทราบก็ยังคงเดินหน้าจัดตามกำหนดเดิม โดยเน้นย้ำว่าการจัดงานจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรการด้านสาธารณสุข รวมถึงข้อกำหนดของ ศบค.แบบเข้มข้น ซึ่งประชาชนผู้เข้าร่วมงานจะต้องลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างน้อย 80% ของขีดความสามารถในการรองรับ ส่วนอีก 10-20% เปิดให้วอล์ก-อินได้ แต่จะเปิดรับแบบจำกัดจำนวน โดยทุกคนต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ และต้องมีผลตรวจเอทีเคเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงด้วย และต้องตรวจคัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้างานด้วยทีเอสที หรือไทยเซฟไทย Thai Save Thai : https://savethai.anamai.moph.go.th/main.php และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดแบบครอบจักรวาล ส่วนกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้จัดงาน พนักงาน นักร้อง นักดนตรี ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบตามเกณฑ์ และมีผลตรวจเอทีเคทุกคน และมีผลเป็นลบก่อนเข้างาน 72 ชั่วโมง ทั้งยังได้กำหนดให้มีแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือในกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 และกรณีฉุกเฉินต่างๆ ด้วย

“แม้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในประเทศเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่กังวลมากนัก เพราะสถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ทราบว่าสามารถควบคุมได้อยู่ ส่วนกรณีการหลบหนีจากการกักตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น ได้ยกระดับความเข้มงวดของมาตรการเดิม รวมถึงกำชับโรงแรมไม่ให้เกิดเหตุซ้ำสองอีก ซึ่งได้ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายแล้ว” นายยุทธศักดิ์กล่าว