หน้าแรก เศรษฐกิจ BRI ชี้ โอมิค...

BRI ชี้ โอมิครอน-รัฐบาลลดหย่อนค่าธรรมเนียมบ้าน หนุนบ้านแนวราบโตดี ปี 65 เปิดใหม่ 9 โครงการรวด

27.12.21 | 18:24 น.

นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI เปิดเผยว่า หลังจากนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้วางเป้าหมายสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง จากการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในช่วงไตรมาส 4/2564 และแผนงานทยอยเปิดตัวโครงการอย่างต่อเนื่องในปี 2565

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ปัจจุบันที่พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนในไทยและอีกหลายประเทศ ซึ่งสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจปิดระบบการรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศรายใหม่ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นการชั่วคราว นำมาสู่ความกังวลว่าอาจเกิดการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง อย่างไรก็ตามปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลเชิงบวกต่อบริษัทฯ และภาพรวมตลาดบ้านจัดสรร ทำให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีฟังก์ชันการใช้งานภายในที่แบ่งแยกเป็นสัดส่วน มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางกว่าเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งตอบสนองการใช้ชีวิตแบบ New Normal ได้เป็นอย่างดี

“ผลเชิงบวกดังกล่าว เห็นได้จากการการจัดแคมเปญ The new era of 6 โดยเปิดจองรอบ VVIP Day บ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม 6 โครงการใหม่ในไตรมาส 4/2564 เมื่อวันที่ 18 – 19 ธันวาคมที่ผ่านมา มีลูกค้าเข้าเยี่ยมชมอย่างคึกคักในทุกโครงการและสามารถปิดยอดขาย (พรีเซล) ในช่วง 2 วันของการจัดงานได้ถึงกว่า 500 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงดีมานด์ในตลาดบ้านจัดสรรที่แข็งแกร่งและตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบ New Normal”

นางศุภลักษณ์ ยังกล่าวคาดการณ์ภาพรวมตลาดบ้านจัดสรรในปี 2565 ว่ายังมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีราคาประเมินและวงเงินจดจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยจะมีผลบังคับใช้นับจากวันที่ประกาศกฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษา ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่มระดับราคาดังกล่าว โดยบริษัทฯ วางแผนเปิดโครงการใหม่ปี 2565 อีก 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 10,800 ล้านบาท ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด