‘ชัยวุฒิ’ ลั่น ว่าที่ ‘กจญ.เอ็นที’ ยังไม่โดนใจ สั่งปรับใหญ่สู่ผู้ให้บริการดิจิทัล หวังโกย 7.6 พันล้านในปี 69
นายชัยวุฒิ ธนาคมนานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ปี 2565 ได้ให้นโยบายกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นที ให้พลิกบทบาทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัลเต็มรูปแบบในปี 2566-2568 ด้วยการเริ่มทำหน้าที่เป็นเหมือนฝ่ายคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานรัฐ เพื่อเป็นส่วนกลางให้ภาครัฐใช้บริการดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานต่างๆทั้งคลื่นความถี่, คลาวด์, อี-ออฟฟิศ ตลอดจนเรื่องไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ หรือแม้แต่บริการดาวเทียม อันจะเป็นประโยชน์ต่อการประหยัดงบประมาณ ไม่ต้องจัดสรรซับซ้อน คาดว่าจะมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจดิจิทัลมากกว่า 7,600 ล้านบาท ภายในปี 2569
นอกจากคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮริตซ์ ที่เอ็นทีให้บริการ 5G แล้ว เอ็นทียังมีแผนในการนำคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ มาให้บริการ 5G ด้วย คาดว่าจะมีแผนงานออกมาในปี 2565 และมั่นใจว่าจะมีพันธมิตรสนใจร่วมทำธุรกิจ เพราะหากลงทุนเองจะใช้เงินลงทุนสูง จึงควรเปิดทางให้ผู้มีความเชี่ยวชาญเข้ามาทำงานร่วมกัน แชร์โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ดังนั้นปี 2565 เอ็นทีจะรุกให้บริการ 5G กับกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อทำให้บริการ 5G ถูกนำมาใช้งานเป็นรูปธรรมมากขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงการใช้งานกับโทรศัพท์มือถือเหมือนปัจจุบัน สำหรับบริการภาคประชาชน เอ็นทีโมบาย ต้องหาตลาดเฉพาะกลุ่ม อาทิ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการรุกตลาดภาครัฐให้มาใช้บริการ
“เอ็นทีจะครบรอบ 1 ปี ในการควบรวม อะไรก็ยังไม่ลงตัว บอร์ดก็ยังไม่ครบ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็ยังไม่มี ก็ต้องเห็นใจเขา เป็นธรรมดาของการควบรวม มันก็ต้องสะดุด” นายชัยวุฒิ กล่าว
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ส่วนคุณสมบัติของว่าที่กรรมการผู้จัดการใหญ่เอ็นทีนั้น ต้องการผู้ที่คร่ำหวอดในวงการโทรคมนาคม แต่รายชื่อผู้สมัครทั้ง 5 ราย ได้แก่ 1.นพ.พลวรรธน์ วิฑูรกลชิต 2.ดร.พีระกันต์ แก้ววงศ์วัฒนา
3.พันตำรวจโท ปิยวิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ 4.นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ และ 5.นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ ยอมรับว่ายังไม่โดนใจ บางคนเป็นคนคุ้นเคย แต่ส่วนตัวมองว่ามีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมากกว่า ขณะที่ บางคนมาจากบริษัทสื่อสาร แต่มองว่าไม่ได้มาจากสายงานที่ตรงนัก อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหาว่าจะสรรหาแล้วเสร็จเมื่อใด
นอกจากนี้ ในปี 2565 กระทรวงดีอีเอสจะนำร่อง ปั้นอินเตอร์เน็ตเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานบริการฟรีชุมชนกว่า 8,246 แห่ง ผ่านโครงการอินเตอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลที่ไม่มีโอกาสในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตสามารถใช้งานฟรีไวไฟด้วยความเร็วไม่น้อยกว่า 200/100 Mbps
ขณะเดียวกัน จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ลดความเหลื่อมล้ำด้วยการเดินหน้าทำโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพิ่มอีก 2,000 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 500 แห่ง โดยจะสำรวจพื้นที่ใหม่ เช่น ในโรงเรียน และปรับปรุงศูนย์ดิจิทัลชุมชนเดิมให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้สามารถเป็นพื้นที่สำหรับประชาชนในการใช้งานสร้างมูลค่าเพิ่มกับเศรษฐกิจชุมชน โดยจะมีการสอนการใช้เครื่องมือในการค้าขายออนไลน์ ขณะนี้สดช.ได้งบประมาณจาก กสทช.แล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่เอ็นที ปิดรับสมัครไปเมื่อ วันที่ 21 ธันวาคม 2564 โดยมีผู้สมัคร 5 ราย ซึ่ง 1 ใน 5 รายนั้นมี นายพีรกันต์ แก้ววงศ์วัฒนา ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัทเอ็นที รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ นายพีรกันต์ เป็นอดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ และผู้อำนวยการฝ่ายขนส่งทางอากาศของ สายการบินไทยแอร์เอเชีย
ส่วนอีก 4 ราย ได้แก่ 1.นพ.พลวรรธน์ วิฑูรกลชิต จากธนาคารกรุงไทย ซึ่งอดีตเคยนั่งรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สดช.) และตำแหน่งสุดท้ายคือผู้ตรวจกระทรวงดีอีเอส ก่อนจะลาออกไปอยู่ธนาคารกรุงไทย ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานเทคโนโลยี บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน 2.พ.ต.ท.ปิยวิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ อดีตรองผู้อำนวยการ องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ 3.นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ กรรมการเซ็ทเทรดดอทคอม และ นายวรุณเทพ วัชราภรณ์ อดีตผู้บริหารบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และหัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายการตลาด สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3
อย่างไรก็ตาม ตามประกาศ ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม ‘พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ’ ใน 3 ด้าน ได้แก่ คุณสมบัติทั่วไป คุณสมบัติเพิ่มเติม และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง อาทิ เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ด้านบริหารจัดการและด้านการเงินในธุรกิจโทรคมนาคม หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง สามารถบริหารควบคุม กำกับดูแลและดำเนินการตามแผนธุรกิจและแผนการเงิน เพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร

