นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลการสำรวจความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและความเชื่อมั่นผู้บริโภคว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกันยายน 2559 ปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 74.2 จากเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 73.2 ซึ่งดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 53.2 จากเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 52.3 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคตเพิ่มขึ้นที่ระดับ 82.7 จากเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 81.6
นายธนวรรธน์กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 63.4 จากเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 62.2 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานปรับเพิ่มขึ้นที่ระดับ 68.6 จากเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 67.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตปรับเพิ่มขึ้นที่ระดับ 90.7 จากเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 89.7
“ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคแม้ว่าจะต่ำกว่าระดับ 100 ซึ่งเป็นระดับปกติ สะท้อนประชาชนยังระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย แต่ทิศทางดัชนีฯปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าไตรมาส 4 จะดีขึ้นต่อเนื่อง เป็นผลจากประชาชนเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น จากการส่งออกเดือนสิงหาคมขยายตัว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชัดเจน และร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติทำให้การเมืองมีเสถียรภาพขึ้น จะเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจขยายตัว ประกอบกับคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพิ่มการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้เป็น 3.2% จาก 3.1% รวมทั้งประชาชนเริ่มรับรู้เงินในกระเป๋า รายได้กับรายจ่ายสอดคล้องกัน ราคาพืชผลเกษตรหลายรายดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว” นายธนวรรธน์กล่าว และว่า ขณะที่น้ำท่วมไม่มีผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภครุนแรง เพราะน้ำท่วมในหลายสิบจังหวัดไม่กินพื้นที่กว้างทั่วประเทศ เบื้องต้นคาดน้ำท่วมครั้งนี้จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจราว 6-7 พันล้านบาท หรือกระทบผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไม่เกิน 0.05% และมองว่าจีดีพีปีนี้จะขยายตัวในกรอบ 3.3-3.5% จากเดิม 3-3.5% เพราะภาครัฐเองเร่งเบิกจ่ายและลงทุน แก้ไขหนี้ทั้งในและนอกระบบ และการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกปีนี้ยังคงเป้าหมายเดิมไว้ที่ 0 ถึงติดลบ 2%

