นางวรัชญา ศรีมาจันทร์ ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นเพื่อออกหลักการบริหารกิจการที่ดี (CG code) เพื่อเตรียมออกเป็นคู่มือให้บริษัทจดทะเบียนปฏิบัติตาม ซึ่งคู่มือนี้บางส่วนมีเนื้อหาที่ครอบคลุมถึงการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เช่น การดูแลข้อมูลลับเพื่อไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลและระบบรักษาความลับ ที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกับร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่..) พ.ศ…. ในส่วนการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลภายใน (อินไซเดอร์) ทั้งนี้คาดว่าหลักการบริหารดังกล่าวจะเริ่มใช้ประเมินได้ในปี 2563
นอกจากนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างรับฟังความเห็นหลักธรรมาภิบาลการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนสถาบัน (I Code) ที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนสถาบันจัดการลงทุนอย่างรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ของกองทุนและผู้ลงทุนในระยะยาว โดยผู้ลงทุนสถาบันจะต้องลงทุนในกิจการที่มีบรรษัทภิบาล มีความรับผิดชอบต่อสังคม และการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลตอบแทนในระยะยาว เพิ่มระดับในการติดตามบริษัทที่ลงทุนตามความเหมาะสม เช่น เมื่อเกิดปัญหาขึ้นผู้ลงทุนสถาบันต้องมีหนังสือถึงคณะกรรมการบริษัทแจ้งประเด็นข้อสังเกต เข้าพบประธานกรรมการ ออกข่าวให้สาธารณะทราบก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น แจ้งจุดยืนไปยังบริษัทที่ลงทุน และขอเพิ่มวาระในการประชุมผู้ถือหุ้น ขณะที่มาตรการรักษาความลับต้องมีนโยบายจัดการกับการล่วงรู้ข้อมูลภายใน กรณีที่ประสงค์ว่าต้องการรู้ข้อมูลภายในก็ต้องไม่มีการซื้อขายในช่วงที่ข้อมูลยังไม่เปิดเผยและปฏิบัติตามเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการรักษาข้อมูลความลับ ผลักดันให้บริษัทนั้นๆ เปิดเผยข้อมูลสำคัญต่อสาธารณะโดยเร็ว
“หลักปฏิบัติทั้ง 2 เรื่อง สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศภายใต้โมเดลประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลในการบริหารประเทศบนวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพราะการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่นี้จะเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้ลงทุน ภาคธุรกิจ ระบบเศรษฐกิจ และสังคมโดยรวมเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

