ตามที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันระหว่างผู้ให้บริการรถลีมูซีนกับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ภายในท่าอากาศยานกระบี่ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น นายดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาราชการอธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยานเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งเบื้องต้นนายอรรถพร เนื่องอุดม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ ได้เชิญผู้ประกอบการรถลีมูซีน รถแท็กซี่มิเตอร์ พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานขนส่งจังหวัดกระบี่ สถานีตำรวจภูธรเหนือคลอง สหกรณ์จังหวัดกระบี่ และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมทั้งสิ้นจำนวน 34 คน ประชุมร่วมกัน เพื่อสรุปปัญหาและทบทวน ความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ
นายดรุณ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากผู้ให้บริการไม่รักษากรอบกติกาข้อตกลงที่ได้เคยประชุมร่วมกันและกำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ ดังนั้นในการประชุมครั้งนี้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ได้เน้นย้ำถึงแนวทาง ดังนี้ 1.แท็กซี่มิเตอร์ให้จอดอยู่ในจุดที่ท่าอากาศยานกระบี่กำหนดไว้ จำนวน 2 คัน ซึ่งมีป้ายบอกไว้ชัดเจน และให้พนักงานขับรถรอรับผู้โดยสารที่รถเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เดินมาเรียกผู้โดยสารที่อาคาร และการให้บริการต้องถูกต้องตามกฎหมายคือต้องมีการกดมิเตอร์ให้บริการเท่านั้น ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดกระบี่ ได้เข้ามาดำเนินการตรวจประเด็นนี้เป็นระยะๆอย่างต่อเนื่อง
2.รถลีมูซีนได้กำหนดให้จำหน่ายบัตรโดยสารที่เคาน์เตอร์บริการภายในอาคารเท่านั้น ส่วนพนักงานที่อำนวยความสะดวกผู้โดยสารในการนำไปขึ้นรถนั้น ไม่อนุญาตให้จำหน่ายตั๋วหรือเรียกผู้โดยสาร รถลีมูซีน ที่ได้สิทธิ์ตามสัญญาเช่าพื้นที่ ท่าอากาศยานกระบี่ได้กำหนดพื้นที่จอดรถให้ไว้แล้วจำนวน 4 คัน ส่วนรถที่เหลือของผู้ประกอบการทุกราย ให้ไปจอดในพื้นที่อื่นที่ได้กำหนดไว้ เพื่อรอการหมุนเวียนมารับผู้โดยสาร เพื่อลดปัญหาความแออัดและการกีดขวางการจราจรบริเวณหน้าอาคารและลานจอดรถ ทั้งนี้ท่าอากาศยานกระบี่จัดให้มีป้ายแนะนำบริการที่เห็นได้ชัดเจน พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารด้วย
โดยกรมท่าอากาศยานได้เน้นย้ำให้ท่าอากาศยานกระบี่กำชับผู้ประกอบการทุกราย รวมทั้งสหกรณ์แท็กซี่มิเตอร์ ให้กำกับดูแลและกำชับพนักงานผู้ให้บริการ ให้ถือปฏิบัติตามกรอบกติกาข้อตกลงที่ได้กำหนดไว้เพื่อให้การบริการและการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้หากผู้ประกอบการรายใดละเมิดหรือทำผิดกฎ กรมท่าอากาศยานจะพิจารณายกเลิกสัญญาหรือห้ามเข้ามาให้บริการภายในสนามบินอีกต่อไป

