หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘รพ.อินเตอร์เ...

‘รพ.อินเตอร์เมดิคัลฯ’ จ่อบริการชุดตรวจโควิดใหม่ รับมือโอมิครอน หวั่นติดเชื้อพุ่ง 1-3 หมื่นคนต่อวัน

5.01.22 | 05:25 น.

‘รพ.อินเตอร์เมดิคัลฯ’ จ่อบริการชุดตรวจโควิดใหม่ รับมือโอมิครอน หวั่นติดเชื้อพุ่ง 1-3 หมื่นคนต่อวัน

นายสิทธิวัตน์ กำกัดวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) หรือ IMH เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อม 100% ในการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่โอมิครอน ทั้งการตรวจโควิด และการรักษาคนไข้โควิดแบบครบวงจร โดยการระบาดในวงกว้างของโอมิครอนรอบนี้ จะส่งผลให้คนไข้โควิดในระบบสาธารณสุขของประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 10,000 – 30,000 คนต่อวัน รวมถึงอาจก่อให้เกิดผลร้ายแรงต่อคนไข้ 7 กลุ่มโรคเสี่ยง อาทิ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอ้วน ส่งผลให้จากการประเมินของกระทรวงสาธารณสุข หากไม่มีการจัดการที่ดีอาจส่งผลให้เตียงคนไข้มีไม่เพียงพอ บริษัทจึงมีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในระลอกนี้ ผ่านการเจรจากับตัวแทนจำหน่ายเพื่อนำเข้าชุดตรวจโควิดแบบใหม่ Flowflex เอทีเค ซึ่งมีความไวต่อการตรวจจับไวรัสโควิดได้กว่า 6 สายพันธุ์ โดยโรงพยาบาลอินเตอร์เมดฯ จะเริ่มเปิดให้บริการตรวจโควิดแบบใหม่ และออกใบรับรองผลโควิดให้กับลูกค้าทั้งเดินทางมาเอง รวมถึงให้บริการตรวจนอกสถานที่ ครอบคลุมบริษัทและโรงงาน ตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นต้นไป เพื่อให้ความเชื่อมั่นกับลูกค้าที่กลับเข้าทำงาน และเพื่อการเดินทาง ซึ่งจะเป็นวิธีทำให้การดำเนินชีวิตตามปกติ ได้อย่างปลอดภัยและเกิดมั่นใจแก่ตนเองและคนที่ติดต่อรอบข้าง


นายสิทธิวัตน์กล่าวว่า สำหรับโรงพยาบาลประชาพัฒน์ ซึ่งเป็นบริษัทลูก ก็มีความพร้อมที่จะรับมือกับปริมาณคนไข้ที่จะเข้ามารักษาโควิด ทั้งติดต่อโดยตรงกับทางโรงพยาบาลประชาพัฒน์ และ ผ่านการตรวจ Flowflex เอทีเคโดยหน่วยบุคลากรการแพทย์ของโรงพยาบาลอินเตอร์เมดฯ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ซึ่งที่ผ่านมา โรงพยาบาลประชาพัฒน์ มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการคนไข้โควิดจากปี 2564 ได้เป็นอย่างดี รวมถึงได้เตรียมศูนย์พักคอยเขตราษฎร์บูรณะ จำนวนกว่า 200 เตียงสนาม และ 9 เตียงความดันลบเพื่อเปิดรับคนไข้

“ภาพรวมในปี 2565 กลุ่มบริษัทคาดว่ารายได้รวมจะทำระดับสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) เกินระดับ 1,200 ล้านบาท และจะสามารถบริหารต้นทุนรวมได้ต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา จากการควบรวมระหว่างโรงพยาบาลอินเตอร์เมดฯ (บริษัทแม่) และโรงพยาบาล ประชาพัฒน์ (บริษัทลูก) ซึ่งยังไม่รวมดีลขยายธุรกิจโรงพยาบาล ที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 1/2565 ด้วย โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจา และคาดว่าจะให้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้แน่นอน” นายสิทธิวัตน์กล่าว