‘เศรษฐา ทวีสิน’ มองคริปโทสร้างแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่ แนะอย่าเพิ่งเอาภาระภาษีมาบั่นทอนกำลังใจ

เศรษฐา ทวีสิน

“เศรษฐา ทวีสิน” มองคริปโทสร้างแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่ แนะอย่าเพิ่งเอาภาระภาษีมาบั่นทอนกำลังใจ

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โพสต์ข้อความระบุว่า

สวัสดีปีใหม่ครับ

หยุดปีใหม่ เจอพี่น้อง เพื่อนพ้อง ลูกหลาน ทุกวงสนทนาหนีไม่พ้นเรื่องตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทสกุลเงิน คริปโท ไม่ว่าจะ นักลงทุนรุ่นเดอะ กับนักลงทุนรุ่นเด็ก ทุกคนคุยเรื่องนี้กัน บางคนแค่คนสังเกตการณ์ บางคนก็เป็นนักลงทุน เห็นได้ชัดเจนว่าการลงทุนในสกุลเงินคริปโทกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและมีมูลค่ามหาศาลและกลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้นกว่า 12 เดือนที่แล้วมาก

ก่อนหน้านี้มีกระแสคนมองว่าการซื้อขายคริปโท เป็นเหมือนการพนันกลายๆ แต่การที่ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่างไทยพาณิชย์เข้าถือหุ้นผู้เล่นตลาดคริปโท รายใหญ่ของไทยอย่าง bitkup ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าตลาดคริปโท เป็นทางเลือกการลงทุนที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ

จำนวนผู้ที่เปิดบัญชีซื้อขายคริปโท ในตลาดกระดานของไทยจากข้อมูลของ กลต ณ เมื่อต้นปี 2562 มีเพียงแค่ 140,000 บัญชีเท่านั้น แต่เมื่อสิ้นเดือนตุลาคมปี 2564 กลับเติบโตถึง 1.77 ล้านบัญชี ใช้เวลาแค่ 3 ปีเท่านั้นในการเติบโตขึ้นมาแตะจำนวนบัญชีซื้อขายหุ้น 2 ล้านบัญชีที่ใช้เวลากว่า 40 ปีในการเติบโต จึงเรียกได้ว่าคริปโท เป็นตลาดการลงทุนทางเลือกที่มีการเติบโตที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้เชื่อว่ามีปัจจัยมาจากที่การลงทุนทั้งสองประเภทมีความแตกต่างในเรื่อง “การเข้าถึง” การลงทุนกับคริปโท เอื้อให้คนรุ่นใหม่ได้สามารถสร้างพอร์ตการลงทุนของตัวเองได้เร็วขึ้น สะดวกขึ้น และเท่าเทียมกันมากขึ้น จากเดิมที่การลงทุนในหุ้นหรือกองทุนเป็นตลาดการลงทุนในรูปแบบเก่าที่จะเปิดบัญชีทีก็ยาก รอนาน ขั้นตอนเยอะ ตอนนี้แค่มีบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน และมือถือก็เริ่มลงทุนได้ ยิ่งเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นแบบเดิมที่ต้องเป็นขาใหญ่ลูกค้าเก่าเท่านั้นถึงมีโอกาสได้รับจัดสรรหุ้นดีๆ เวลามีหุ้นเข้าตลาดใหม่ ดังนั้นการลงทุนในคริปโท จึงเป็นเครื่องมือการลงทุนที่มาตอบสนองเรื่อง ความหวัง และ แรงบันดาลใจ ให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างดี

ทั้งคนวัยเริ่มทำงาน นิสิตนักศึกษา และเยาวชน ทุกคนที่มีความสนใจอยากลงทุนต้องการโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนอย่างเสมอภาค ไม่ว่าจะกำเงินหลักร้อย หลักพัน หรือหลักแสนหลักล้าน ก็ควรมีโอกาสเข้าถึงการลงทุนได้เหมือนกัน ซึ่งตลาดคริปโท ตอบโจทย์พวกเค้าเป็นอย่างดีทั้งในแง่การสร้างพอร์ตลงทุนเก็บออมและการสร้างรายได้พิเศษให้กับตัวเองด้วยเครื่องมือการลงทุนที่ถูกกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การลงทุนใดๆ ย่อมมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะในตลาดหุ้นแบบเดิมหรือในเงินคริปโท แต่คริปโทอาจจะมีความหวือหวาของราคาเหรียญที่มีการขยับตัวขึ้นลง ผันผวนค่อนข้างสูงมากกว่าตลาดหุ้น ราคาเปลี่ยนแปลงรวดเร็วทุกวินาที ซึ่งนักลงทุนที่ดีก็ควรทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของสกุลเงินคริปโทที่จะลงทุนให้ดี เพราะราคาพื้นฐานของเหรียญแต่ละตัวก็มีที่มาที่ไปให้ศึกษา ไม่ต่างจากเวลาที่เราดูผลประกอบการ ฯลฯ ของบริษัทที่เราจะไปซื้อหุ้นนั่นแหละครับ

สำหรับข่าวการจัดเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิตัลอย่างสกุลเงินคริปโท ที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดพร้อมๆ กับแผนการเดินหน้าเก็บภาษีหุ้นนั้นน่าสนใจครับ แนวคิดการจัดเก็บภาษีซื้อขายหุ้นนั้นมีมานานแล้วแต่ก็มีการออกพระราชกฤษฎีกายกเว้นการจัดเก็บมาตั้งแต่ปี 2534 นับไปนับมาก็ยกเว้นมา 30 ปีแล้วนะครับ 30 ปี! แล้วทำไมสำหรับตลาดคริปโท ถึงจะต้องรีบเก็บภาษีล่ะครับ เพิ่งโตมาได้แค่ 3 ปีเอง ควรปล่อยให้ตลาดได้เติบโตอย่างเต็มที่ก่อนแล้วค่อยมาดูกันดีกว่าไหม เราควรมองด้วยว่าการลงทุนในตลาดการซื้อขายคริปโท เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสร้าง ความหวัง และ ชแรงบันดาลใจ ให้กับคนรุ่นใหม่ อย่าเพิ่งรีบร้อนเอาภาระด้านภาษีมาบั่นทอนกำลังใจพวกเค้าเลยครับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon