นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร อุทัยธานี และนครสวรรค์ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์เพิ่มมากขึ้น เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจำนวนมากจากแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลลงมาสมทบ จะทำให้ปริมาณน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น กรมชลประทานได้ใช้ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา รับน้ำเข้าไปตามศักยภาพที่รับได้ พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อน 1,998 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 50-70 เซนติเมตร (ซม.)
นายทองเปลวกล่าวว่า ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้น เนื่องจากบริเวณเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างมาก โดยในวันนี้ (7 ตุลาคม 2559) มีปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งหมด 881 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 92% ของความจุอ่าง ทั้งนี้เขื่อนสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกเพียง 79 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น คิดเป็นน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนวันนี้ (7 ตุลาคม 2559) แล้วมีประมาณ 63 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้น ถ้าไม่มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำออกให้สมดุลกับปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน จะทำให้น้ำเต็มเขื่อนและเกินความจุของเขื่อนได้ และจะทำให้การระบายน้ำจากออกจากเขื่อนต้องเพิ่มขึ้นอย่างมาก อาจจะส่งผลกระทบกับพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเป็นบริเวณกว้างได้ ดังนั้น กรมชลประทานจึงต้องปรับการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากเดิมที่ระบายออกวันละ 40 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มเป็นวันละ 47.50-50 ล้าน ลบ.ม. เพื่อควบคุมไม่ให้น้ำเต็มเขื่อนก่อนจะสิ้นสุดฤดูฝน
นายทองเปลวกล่าวว่า ในด้านของเขื่อนพระรามหก ยังคงควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านไม่เกิน 600 ลบ.ม./วินาที ตามเดิม สำหรับวันนี้ (7 ตุลาคม 2559) มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อน 595 ลบ.ม./วินาที ซึ่งไม่กระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนแต่อย่างใด
นายทองเปลวกล่าวว่า สำหรับปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้น กรมชลประทานจะใช้พื้นที่ว่างบริเวณเหนือเขื่อนพระรามหกชะลอน้ำส่วนหนึ่งไว้ น้ำอีกส่วนหนึ่งที่เหลือจะใช้ระบบชลประทานฝั่งตะวันออกตอนล่างรับน้ำผ่านคลองระพีพัฒน์ จากนั้นจะเร่งระบายน้ำส่วนนี้ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง และคลองชายทะเลต่อไป
“กรมชลประทานได้ทำหนังสือแจ้งไปยังจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประกาศแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสักเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม หากมีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกมากกว่าเกณฑ์ดังกล่าว กรมชลประทานจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป” นายทองเปลวกล่าว

