หมายเหตุ – นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ ร่วมสัมมนา The Nikkei Asia 300 Global Business Forum ภายใต้หัวข้อ “Asia to the World – A New Era of Global Competition” จัดโดยสำนักข่าวนิกเคอิ ประเทศญี่ปุ่น ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
ธนินท์ เจียรวนนท์
ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐขณะนี้กำลังฟื้นตัวและจะมีการฟื้นตัวเร็วที่สุด เพราะเป็นประเทศที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และกฎหมายมีความคล่องตัวปรับเปลี่ยนได้เร็ว ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสามารถขึ้นเป็นผู้นำของโลกได้
รองลงมาคือ เศรษฐกิจญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมามากมาย ทั้งไบโอเทคโนโลยี รวมทั้งการพัฒนาหุ่นยนต์ และยังมีการออกไปลงทุนยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ถือว่ามีโอกาสและได้เปรียบ ซึ่งญี่ปุ่นมีโอกาสที่จะพัฒนาขึ้นมาเทียบเท่ากับสหรัฐได้ แต่จะต้องมีการปรับตัว คือ การลดความระมัดระวังในการทำธุรกิจ หรือให้การทำธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น ต้องกล้าที่จะเผชิญกับความเสี่ยงในระดับที่ไม่ทำให้บริษัทมีปัญหา
ที่ผ่านมาญี่ปุ่นมีความระมัดระวังมาก จึงทำให้การปรับตัวเป็นไปได้ช้า หากมีการปรับตัวเชื่อว่าญี่ปุ่นจะสามารถขึ้นเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจได้
อันดับ 3 คือ เศรษฐกิจจีน มองว่าจีนเป็นประเทศที่มีโอกาสและเศรษฐกิจกำลังขยายตัว หากเปรียบเทียบกับอายุของคนเราแล้ว เศรษฐกิจจีนถือว่าเป็นคนหนุ่ม ทั้งนี้ สถานการณ์การเมืองของจีนนิ่ง ไม่มีปัญหาที่ต้องกังวล ส่วนกรณีหนี้ภาคเอกชนที่อยู่ในระดับสูงส่วนใหญ่เป็นหนี้ในประเทศไม่มีหนี้ต่างประเทศจึงไม่ต้องกังวลมากนัก ทั้งนี้ ภาครัฐของจีนสนับสนุนเงินกู้ให้กับภาคเอกชนเพิ่มขึ้น หรือให้มีธนาคารเอกชนมากขึ้น ศักยภาพการขยายตัวของจีนจะมากกว่านี้ โดยปัจจุบันเงินกู้ส่วนใหญ่ของเอกชนจีนมาจากเงินกู้นอกระบบ
ทั้งนี้ โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 เป็นโอกาสอย่างยิ่งสำหรับประเทศในภูมิภาคอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เพราะธุรกิจปรับจากยุคเก่าเข้าสู่ยุคใหม่ ต้องมีการลงทุนใหม่ๆ ต่อไป รถยนต์ก็ต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์ที่ไม่มีคนขับ ต่อไปมนุษย์อาจเหาะได้ หรือเครื่องยนต์ที่ทำให้สามารถเดินทางได้สะดวกเพียงแค่กดปุ่มก็ถึงบ้านไม่ต้องบอกเส้นทาง เชื่อว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เข้ามาต่อไปมนุษย์จะมีความสุขมากขึ้น และทำงานน้อยลง ทำงาน 3 วัน ส่วน 4 วันที่เหลือก็เที่ยว สะท้อนจากผมเองที่ก่อนนี้ระหว่างการเดินทางหรือการไปต่างประเทศเป็นเวลานาน ไม่สามารถทำงานอะไรได้ แต่ปัจจุบันอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ สั่งงานได้ หรือใช้มือถือในการประชุมและดูงานได้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้คนไม่รู้ตัวว่าเราทำงานมากขึ้น
ก่อนหน้านี้มีหลายคนบอกว่าต่อไปสังคมมีผู้สูงอายุมากขึ้นจะมีปัญหา เพราะแรงงานไม่มี แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่ เพราะขณะนี้ญี่ปุ่นสามารถผลิตหุ่นยนต์ที่เข้ามาทดแทนแรงงานได้ การผลิตทำได้มากขึ้นเป็นสิบเท่าร้อยเท่า ซึ่งหากมีหุ่นยนต์เข้ามาสามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาทำงาน และไม่ต้องห่วงว่าจะจัดการสวัสดิการไม่ดี สำหรับซีพีมีการสร้างโรงงานแบบที่ไม่มีการใช้คนงานในยุโรปแล้ว
การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ยาก แต่หากเริ่มใหม่จากกระดาษขาวเลยเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่บางคนอาจจะไม่เข้าใจ เหมือนกรณีที่ประเทศด้อยพัฒนาจะสามารถใช้เทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นไปได้ เพราะการใช้งานเพียงแค่กดปุ่มเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องลงไปในรายละเอียดที่ซับซ้อน ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ญี่ปุ่นผลิตกล้องถ่ายรูปอัตโนมัติ กล้องแบบนี้เรียกว่าสำหรับคนโง่ เพราะในตัวกล้องได้นำเอาความเป็นมืออาชีพมารวมไว้หมดแล้ว การใช้งานเพียงแค่กดปุ่มก็ได้ภาพถ่ายที่สวยงาม เชื่อว่าประเทศด้อยพัฒนาต้องการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาใช้ แต่ไม่ใช่การผลิต จึงต้องซื้อจากประเทศที่ผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงได้ เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น เป็นต้น
รวมทั้งด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ต้องกลัวว่าต่อไปจำนวนประชากรโลกจะมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้อาหารไม่เพียงพอ เพราะต่อไปเครื่องจักรจะสามารถผลิตอาหารหรือสินค้าได้มากกว่าความต้องการสินค้าของคนด้วยซ้ำ ซึ่งกังวลว่าจะเป็นเงินฝืด เพราะของผลิตที่ออกมามากจนขายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การค้าออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ ทำให้สามารถค้าขายได้ทั่วโลก ทั้งนี้ ที่สำคัญการผลิตต้องตามให้ทัน ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาจับ เทคโนโลยีที่เข้ามาตอบโจทย์ แต่ต้องกลับมาคิดว่าจะทำให้คนว่างงานมากขึ้น เรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญว่าจะจัดการอย่างไร
สำหรับประเทศอาเซียนจะต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วซึ่งแต่ละประเทศต้องเข้าใจและปรับไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ในส่วนของไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังปรับปรุงกฎหมายระเบียบต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสให้คนเก่งเข้ามาทำงานในไทย อย่างกรณีเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก ได้มีการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ทั้งหุ่นยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น อย่างญี่ปุ่นก็ได้ประโยชน์จากการเปิดรับการลงทุนของไทย เพราะเป็นประเทศที่มีเงินทุนและเทคโนโลยีอยู่แล้ว ซึ่งอาเซียน โดยเฉพาะไทยเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาค ใกล้จีนและอินเดีย เป็นตลาดที่ใหญ่มาก ซึ่งประเทศเหล่านี้เป็นโอกาสของธุรกิจญี่ปุ่น ซึ่งธุรกิจญี่ปุ่นควรนำความสามารถและความรู้ในการสร้างชาติและพัฒนาเศรษฐกิจของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มาช่วยพัฒนาประเทศในกลุ่มอาเซียนให้เติบโต
สำหรับการลงทุนของซีพีมีนโยบายไปลงทุนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยยึดหลัก 3 ประโยชน์ คือ ประเทศที่เข้าไปลงทุนต้องได้ประโยชน์, ประเทศไทยได้ประโยชน์ และบริษัทได้ประโยชน์ด้วย โดยซีพีไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปแข่งขันกับเกษตรกรในประเทศเหล่านั้น แต่จะมีการนำเอาเทคโนโลยีรวมทั้งเงินทุนเข้าไปลงทุนเพื่อสร้างธุรกิจ และซีพีจะเข้าไปเติมเต็มในสิ่งที่เกษตรกรไม่ได้ เช่น การแปรรูปสินค้า ทำการตลาด รวมถึงการค้าไปยังกลุ่มประเทศต่างๆ นอกเหนือจากประเทศที่เข้าไปลงทุน โดยธุรกิจของซีพีเป็นห่วงโซ่จากภาคเกษตรถึงโต๊ะอาหาร ซึ่งในแต่ละขั้นตอนเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ได้ ถ้ามีมนุษย์อยู่ก็จำเป็นต้องมีอาหาร แต่ในอนาคตรูปแบบของอาหารจะเปลี่ยนไป ที่ผ่านมาซีพีได้มีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลกคิดค้นนวัตกรรมอาหารเพื่อตอบสนองผู้บริโภค
ส่วนธุรกิจของซีพีในอนาคตนั้นซีพีจะร่วมลงทุนกับบริษัทญี่ปุ่นคืออิโตชู และจีนคือซิติก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลร่วมกัน และมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ประชุมร่วมกัน 3 เดือนครั้ง และผลัดกันเป็นเจ้าภาพเพื่อเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลต่างๆ ร่วมกัน นอกจากนี้ธุรกิจที่ซีพีมองว่าน่าสนใจและอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อพัฒนา อาทิ อาหารเพื่อผู้สูงอายุ หรือการลงทุนเกี่ยวกับศูนย์การดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีและอยู่ได้ยืนยาว ซึ่งปัจจุบันในญี่ปุ่นก็ได้มีการพัฒนาอุปกรณ์และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อดูแลผู้สูงอายุโดยไม่ต้องพึ่งพาแรงงานคน
ทั้งนี้ ซีพีได้สร้างศูนย์ฝึกอบรมผู้นำและได้เริ่มเปิดทดลองแล้ว เพราะมองว่าสุดท้ายธุรกิจซีพีจะอยู่ได้หรือไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดขึ้นอยู่กับคนเป็นสำคัญ ที่ผ่านมาซีพีได้มีการกระจายอำนาจการบริหารงานในทุกกลุ่มธุรกิจ และผนึกกำลังจากทุกกลุ่มให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร รวมทั้งซีพีได้มีการนำเอาองค์ความรู้จากแหล่งต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคนให้เหมาะสม และนอกจากคนที่มีคุณภาพแล้ว สิ่งที่ธุรกิจจะขาดไม่ได้ก็คือเงินเพื่อใช้ในการลงทุน
นอกจากนี้ ซีพีให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นลำดับแรก รองลงมาคือพนักงานที่เป็นกำลังสำคัญของบริษัท และสามคือกลุ่มผู้ถือหุ้น ซึ่งหากไม่มีคนสองกลุ่มแรกก็ไม่สามารถที่จะนำรายได้มาปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ รวมทั้งมีการคืนกำไรสู่สังคม ดูแลสิ่งแวดล้อม และมีการทำธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล
ชาติศิริ โสภณพนิช
กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ
ภูมิภาคเอเชียเป็นภูมิภาคที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ในขณะที่ภูมิภาคอื่นทั่วโลกอาจจะขยายตัวได้ไม่มากนัก เพราะมีจำนวนประชากรจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศที่อยู่ใจกลางเอเชีย และถือเป็นผู้นำให้เกิดการเติบโตในภูมิภาค เหมือนเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ดังนั้นจึงอยู่ที่ว่าเราจะเจียระไนเพชรนี้อย่างไรให้มีศักยภาพและสวยที่สุด โดยช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในอาเซียนจำนวนมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่น และญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการเข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด เพราะเห็นประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ อาเซียนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก มีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน หากนับรวมจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่อยู่ใกล้เคียง ตลาดจะมีขนาดใหญ่กว่าครึ่งหนึ่งของโลก และยังเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลกด้วย
สำหรับประเทศในอาเซียน แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรกเป็นประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจมีพื้นฐานดีแล้ว และอีกกลุ่มเป็นประเทศที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนา อย่างกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ซึ่งปี 2558 กลุ่มซีแอลเอ็มวีเติบโตกว่า 6.5-8.5% และเป็นกลุ่มประเทศที่มีแรงงานกว่า 160 ล้านคน พร้อมทั้งมีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก
โอกาสการเติบโตของภูมิภาคอาเซียนในอีก 8-10 ปีข้างหน้า มาจาก 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เบื้องต้นประเมินว่าในภูมิภาคอาเซียนยังมีความต้องการเงินลงทุนกว่า 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จำนวนนี้ไม่รวมสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ถนน รถไฟฟ้า เขื่อน และลงทุนด้านการผลิตต่างๆ ซึ่งในภาวะดอกเบี้ยต่ำ ถือเป็นโอกาสที่ควรจะมีการลงทุนต่อเนื่องในระยะยาว 2.ประเทศเหล่านี้สนับสนุนการเข้ามาลงทุนของบริษัทข้ามชาติเพื่อการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ทำให้บริษัทต่างชาติได้ประโยชน์จากภาษีที่ต่ำ และสามารถใช้ประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีเป็นฐานการลงทุนด้านการผลิต เพื่อสร้างการแข่งขันที่ดีกว่า ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศอาเซียนมีการค้าระหว่างกันมากขึ้น สัดส่วน 24% การค้ากับกลุ่มนาฟต้า สัดส่วน 40% และสัดส่วน 60% เป็นการค้ากับอียู ดังนั้นอาเซียนยังต้องเป็นฐานการผลิตและซัพพลายเชนของโลก
และ 3.ปัจจุบันบริษัทข้ามชาติและบริษัทในอาเซียนสามารถขยายธุรกิจออกไปทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก เช่น ธุรกิจการบิน แอร์เอเชีย ของมาเลเซีย กลุ่มซีพี เอสซีจี ปตท. ของไทย เป็นต้น ทั้งนี้ ภาคธุรกิจการเงินพร้อมสนับสนุนเงินทุนสำหรับธุรกิจในการขยายทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก เพื่อสร้างความมั่งคั่ง มั่นคงของเศรษฐกิจในอาเซียนและเอเชีย ซึ่งธนาคารกรุงเทพมี 9 สาขาในประเทศอาเซียน ทั้งนี้ จากการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ตั้งแต่ปลายปี 2558 ทำให้การทำธุรกิจในภูมิภาคมีความกลมกลืนและลดช่องว่างกำแพงภาษีต่างๆ ลงไป แต่ละประเทศในอาเซียนสามารถแลกเปลี่ยนและแบ่งปันผลประโยชน์กันได้ และการค้ามีความลื่นไหล
นอกจากนี้มองว่าขณะนี้ยังมีข้อจำกัดการเปิดเสรีการเงิน ทำให้เงินทุนในประเทศต่างๆ ยังมีข้อจำกัดที่จะไหลเวียนไปอีกประเทศหนี่ง ในระยะต่อไปบริการเงินน่าจะมีการเปิดเสรีได้ เพราะการสนับสนุนจากภาคการเงินจะช่วยให้เกิดการขยายตัวเศรษฐกิจ มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น

