กอช.ชี้โควิดทำพิษ สมาชิกหยุดนำส่งเงินออมชั่วคราว กว่า 1 ล้านราย

กอช. ชี้โควิด ทำให้สมาชิกหยุดนำส่งเงินชั่วคราวกว่า 1 ล้านราย คิดเป็น 50% ของสมาชิก เปิดแผนปี 65 แก้กฎหมาย นำส่งเงินได้ถึงอายุ 65 ปี ปลดล็อก ม.40 เข้าร่วมได้ หวังเพิ่มสมาชิก

น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกอช. มีเงินกองทุนสะสมอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท โดยผลตอบแทนจากการลงทุนเมื่อปี 2564 อยู่ที่ 0.80% ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่มาก แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนเงินเฟ้อ และผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากถือว่าสูงอยู่ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้กอช. ลงทุนในทรัพย์สินที่มั่นคง ทำให้กอช.สามารถลงทุนในหุ้นได้เพียง 7% และได้กำหนดให้มีประกันในเรื่องเงินต้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงให้กับสมาชิกด้วย

ส่วนสมาชิกในกองทุนนั้น ได้มีการหยุดการนำส่งเงินสะสมเข้ากองทุน ประมาณ 50% จากยอดสมาชิกประมาณ 2 ล้านราย เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยอมรับว่าเป็นสถานการณ์ที่ทำให้คนรายได้น้อย ยิ่งมีรายได้ลดลง จึงได้หยุดการนำส่ง อย่างไรก็ดี ในปี 2564 มีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่ม 6 หมื่นราย ซึ่งถือว่ามีจำนวนที่สูง หากเทียบกับช่วงโควิด

ขณะที่ปี 2565 ไม่ได้มีการตั้งเป้าหมายจำนวนสมาชิกชัดเจน แต่ยังคงเดินหน้าเพิ่มจำนวนสมาชิกโดยเน้นร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น ในการลงพื้นที่ เข้าไปเพิ่มจำนวนสมาชิก ให้เข้าถึงการออมเงินมากขึ้น รวมทั้ง กอช. นั้นเปิดรับมาชิกตั้งแต่อายุ 15 ปี ทำให้มีการเน้นเพิ่มสมาชิกเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เพื่ส่งเสริมการออมตั้งแต่ในวัยเรียน แม้ว่าขณะนี้นักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่เรียนทางออนไลน์ ทำให้การดำเนินงานยากขึ้น แต่มองว่าเป็นวัยที่ควรจะเริ่มต้นการออมเงิน

นอกจากนี้ ในปี 2565 กอช. ยังเดินหน้าแก้กฎหมาย เพื่อจูงใจให้สมาชิกเข้ามาออมเพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการเพิ่มหลักประกันให้กับผู้สูงอายุ โดยขยายอายุให้สมาชิกเข้ามาออมได้ จากเดิม นำส่งเงินถึงอายุ 60 ปี ขยายเป็นอายุ 65 ปี และแก้กฎหมายให้ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 40 สามารถเข้ามาเป็นสมาชิก กอช. ได้ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการออมได้มากขึ้น รองรับสังคมสูงวัยด้วย

น.ส.จารุลักษณ์ กล่าวอีกว่า รมถึง กอช.กำลังแก้กฎหมายให้สมาชิกที่เกษียณอายุแล้ว และเจ็บป่วยระยะสุดท้าย สามารถเลือกรับบำเหน็จ หรือ รับเงินเป็นก้อนได้ จากเดิมกฎหมายระบุให้รับบำนาญ หรือรับเงินใช้จ่ายรายเดือน เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ดี จะต้องมีหลักฐาน ทางการแพทย์มายืนยันการเจ็บป่วยระยะสุดท้าย จึงขอเปลี่ยนการรับเงินสะสมเป็นก้อนได้ โดยขณะนี้ ข้อเสนอการแก้ไขกฎหมายได้ผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการ (บอร์ด) กอช.แล้ว อยู่ระหว่างนำเสนอกระทรวงการคลังเป็นลำดับถัดไป

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon