หน้าแรก เศรษฐกิจ ธปท.บอกข่าวดี...

ธปท.บอกข่าวดี ศก.ปีลิงไตรมาสแรกส่อแววสดใส แต่ส่งออกยังเข็นไม่ขึ้น

9.02.16 | 18:20 น.

นางสาวสมศจี ศิกษมัต ผู้อำนวยการสำนักสถิติ ฝ่ายสถิติและข้อสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ปรับปรุงการสำรวจและการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ(บีเอสไอ) ใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้งานทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากบีเอสไอ ควบคู่กับดัชนีอื่น อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เป็นต้น ซึ่งบีเอสไอถือเป็นเครื่องชี้หนึ่งในการทำนโยบายการเงินของธปท. โดยเริ่มเผยแพร่แล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 เป็นต้นไป

สำหรับบีเอสไอ เดือนมกราคม 2559 พบว่าปรับลดลงมาอยู่ที่ 48.5 จากเดือนธันวาคม 2558 อยู่ที่ 49.9 ต่ำกว่าระดับ 50.0 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ซึ่งอยู่ที่ 50.2 ส่วนผลประกอบการอยู่ที่ 46.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 51.1 ด้านคำสั่งซื้ออยู่ที่ 46.2 ลงลงจาก 49.2 การผลิตลดลงเช่นกันอยู่ที่ 48.0 จาก 50.5 ส่วนการจ้างงานยังทรงตัวเท่ากับเดือนก่อนที่ 49.2 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการประกอบการเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 48.4 จาก 45.8 สะท้อนว่าแรงกดดันด้านต้นทุนลดลง ทั้งนี้การลงทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 53.2 จากเดือนธันวาคม 2558 ที่ 52.9

นางสาวสมศจี กล่าวว่า ส่วนระยะ 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีทั้งหมดปรับดีขึ้น โดยบีเอสไอ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 54.1 จากเดือนก่อนที่ 52.3 โดยผลประกอบการเพิ่มขึ้นเป็น 56.1 จาก 55.3 คำสั่งซื้อทั้งหมดเพิ่มขึ้นจาก 53.9 ในเดือนก่อนมาอยู่ที่ 55.8ด้านการลงทุนเพิ่มขื้นมาที่ 58.9 จากเดือนก่อน 57.3 การจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็น 52.4 จาก 51.5 ต้นทุนการประกอบการปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 45.3 จาก 41.9 ในเดือนก่อน และการผลิตเพิ่มเป็น 55.7 จาก 53.8

นอกจากนี้ ธปท. ได้รายงานแนวโน้มธุรกิจ ไตรมาสแรก 2559 ระบุว่ายังขยายตัวได้ต่อเนื่องจากความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้นและผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงนโยบายการลงทุนของภาครัฐที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวจากความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ปรับเพิ่มขึ้นจากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐแต่ยังมีความเสี่ยงจากรายได้เกษตรกรที่มีแนวโน้มลดลงจากภาวะภัยแล้งและหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ด้านการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวตามความเชื่อมั่นที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากแรงสนับสนุนของการลงทุนภาครัฐและเพื่อรองรับความต้องการสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นจากประเทศซีแอลเอ็มวี(กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการบางส่วนยังรอดูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความชัดเจนจากนโยบายของภาครัฐ

นางสาวสมศจี กล่าวว่า สำหรับการส่งออกมีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีปัจจัยพิเศษสนับสนุนและยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน การท่องเที่ยวมีแนวโน้มปรับดีขึ้นต่อเนื่องและเน้นปรับรูปแบบจากเดิมที่มีนโยบายส่งเสริมการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นการเพิ่มมูลค่าของนักท่องเที่ยว ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงปรับดีขึ้นจากผลของมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์

Advertisement