ลงทะเบียนเอสเอ็มอีคนละครึ่ง 14 ก.พ.นี้ รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 2 แสนบาท

ลงทะเบียนเอสเอ็มอีคนละครึ่ง 14 ก.พ.นี้ รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 2 แสน บาท/ราย

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงมาตรการการให้ความช่วยเหลืออุดหนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผ่านโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบบีดีเอส (Business  Development  Service) ว่า ปี 2565 สสว. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ อุดหนุน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผ่านโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบบีดีเอส หรือเรียกว่า โครงการเอสเอ็มอีคนละครึ่ง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ ที่เอสเอ็มอีจะเลือกรับการบริการ หรือรับการพัฒนากับผู้ให้บริการทางธุรกิจ ในด้านที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจของตนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

โดย สสว. จะอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาให้แก่เอสเอ็มอีแบบร่วมจ่ายในสัดส่วน 50-80% ตามขนาดของธุรกิจ เตรียมงบประมาณเพื่อช่วยอุดหนุนผู้ประกอบการในปีนี้กว่า 400 ล้านบาท โดยอุดหนุนสูงสุดรายละ 200,000 บาท

โดยภายในเดือนมกราคมนี้ สสว. จะเปิดโครงการเอสเอ็มอีคนละครึ่ง อย่างเป็นทางการเพื่อให้ผู้ให้บริการทางธุรกิจ ขึ้นทะเบียนและนำเสนอบริการลงบนระบบบีดีเอส และในส่วนการขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับการช่วยเหลือ อุดหนุนของผู้ประกอบการ จะเปิดให้ผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนในเดือนกุมภาพันธ์นี้ คาดว่าจะเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ส่วนบริการที่อยู่ในเกณฑ์ที่ สสว. จะช่วยเหลือ อุดหนุนให้แก่เอสเอ็มอีที่ยื่นข้อเสนอผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์บีดีเอส จะมีอยู่ 6 หมวด

คือ 1.การเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพธุรกิจ 2.การพัฒนาและบริหารจัดการธุรกิจ 3.การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ 4.การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด 5.การพัฒนาตลาดต่างประเทศ และ 6.การพัฒนานวัตกรรมอื่นใดที่เป็นประโยชน์และจำเป็นต่อการพัฒนาและยกระดับทางธุรกิจ ตามที่คณะกรรมการบริหาร สสว. กำหนด โดยในเฟสแรกนี้ จะเน้นการสนับสนุนในหมวดการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ

กลุ่มเป้าหมายเอสเอ็มอีที่จะช่วยเหลือ ได้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล หรือผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนกับหน่วยงานภาครัฐ เน้นกลุ่มท่องเที่ยว อาหาร เครื่องดื่ม ยา สมุนไพร นิว เอส-เคิร์ฟ บีซีจี  และ เกษตรแปรรูป

ส่วนผู้ให้บริการทางธุรกิจ ที่จะเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว สสว. กำหนดให้เป็นส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การเอกชน หรือผู้ให้บริการทางธุรกิจที่เป็นภาคเอกชนที่มีส่วนราชการ รับรองหรือแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ หลังจากนี้ สสว.เตรียมลงพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคเพื่อเผยแพร่มาตรการและชี้แจงให้หน่วยงานภาครัฐ และเอสเอ็มอีในแต่ละภูมิภาค ได้รับทราบและเข้าร่วมโครงการฯ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon