หน้าแรก เศรษฐกิจ วอร์รูมพณ.ขยั...

วอร์รูมพณ.ขยับแล้ว ตั้งทีมเฉพาะกิจสุ่มตรวจปริมาณ-ราคา นำร่องเกาะติดสินค้าแพงเวอร์

20.01.22 | 17:05 น.
วอร์รูมพณ.ขยับแล้ว ตั้งทีมเฉพาะกิจสุ่มตรวจปริมาณ-ราคา นำร่องเกาะติดสินค้าแพงเวอร์

เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่กระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า (วอร์รูม) นัดแรก ว่า  ที่ประชุมได้รับทราบผลการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าบริโภคใน 6 รายการ ประกอบด้วย เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เป็ด ปลา และ มะละกอ ซึ่งสินค้าเหล่านี้มีกระแสข่าวว่ามีการปรับราคาสูงขึ้นก่อนเทศกาลปีใหม่จนถึงปัจจุบัน และจากการติดตามและรายงานของกรมการค้าภายในทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค


ทั้งนี้  ขอชี้แจงสินค้าทั้ง 6 รายการ ที่ปรากฎว่ามีราคาแพงมาก ได้แก่ เนื้อหมู นั้น เป็นที่ทราบขณะนี้ปริมาณหมูในระบบเหลือน้อย ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหาวิธีแก้ไขเพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชนทั้งประเทศเพื่อให้ราคาเนื้อหมูไม่แพงจนเกินไป ส่วนเนื้อไก่ ราคาส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับสูงขึ้นไปมากนัก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยราคาเพิ่มเพียง 4% จากปัญหาเนื้อหมูราคาสูง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่หันบริโภคเนื้อไก่แทน ก็ขอความร่วมมือกับผู้เลี้ยงไก่ช่วยตรึงราคาต่อไประยะหนึ่ง รวมถึงราคาเนื้อวัวก็ไม่ได้ปรับราคาขึ้น แม้ว่าคนส่วนใหญ่หาซื้อเนื้อวัวบริโภคทดแทนราคาเนื้อหมูแพง เช่นกัน

สำหรับปลาและเป็ด โดยรวมไม่ว่าจะเป็นปลานิลหรือชนิดอื่นก็ไม่ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น ยกเว้นมีสื่อบางพื้นที่รายงานว่า มะละกอที่นำไปใช้บริโภคปรุงส้มตำ มีราคาต่อถุง(10 กิโลกรัม) ราคาถึง 200-280 บาท ในหลายจังหวัด เช่น เพชรบูรณ์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม แต่เมื่อตรวจสอบในพื้นที่  พบว่า ราคามะละกอไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาก และตรวจเช็คหลายพื้นซื้อขายจริงถุงละ 140-180 บาท สูงขึ้นเล็กน้อยจากก่อนหน้านี้ เพราะคนที่กลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่ ต้องการสูงเพื่อปรุงเป็นอาหารฉลองปีใหม่กัน แต่เชื่อว่าราคาไม่สูงไปกว่านี้

” เพื่อให้การตรวจสอบทันต่อเหตุการณ์ ได้บูรณาการภายในกระทรวงพาณิชย์ ให้ทุกหน่วยงานส่งตัวแทนมาเป็นคณะตรวจสอบราคาสินค้าเฉพาะกาล เพื่อออกตรวจสอบ และเฝ้าติดตามราคาสินค้าไม่แค่ 6 รายการ รวมถึงสินค้าอื่นๆด้วย ซึ่งชุดเฉพาะกิจนี้จะออกตรวจสอบสถานการณ์ปริมาณและราคาสินค้า กำชับการติดป้ายแสดงราคาสินค้าและตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพ  นอกจากนี้ประสานต่างจังหวัด ขอให้พาณิชย์จังหวัดร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด จัดชุดสำรวจสินค้าตามพื้นที่ในแต่ละจังหวัดเช่นกัน โดยหากพื้นที่ไหนมีการโกงราคาและเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายทันทีและหากประชาชนพบเห็นร้องเรียนสายด่วน 1569 จะส่งทีมเข้าตรวจสอบและเอาผิดตามกฎหมาย “นายบุณยฤทธิ์

Advertisement