ร้อง”ดีเอสไอ”สอบเอาผิดบอร์ด-บิ๊ก”กคช.”แอบส่งคนยึดโครงการข้อพิพาท

20.01.22 | 17:23 น.

เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายประสิทธิ์ เด่นนภาลัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพียงประกายก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนกับการเคหะแห่งชาติ(กคช.) เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการบริหารการเคหะแห่งชาติ(กคช.) และผู้บริหาร กคช. โดยมีพ.ต.ต.วรนันท์ ศรีหล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับหนังสือ


ทั้งนี้ ในหนังสือร้องทุกข์ระบุว่า บริษัท เพียงประกายฯ และ กคช. ทําสัญญาร่วมทุนดําเนินโครงการบ้านเอื้ออาทร “เทพารักษ์4” จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งตามสัญญากําหนดให้บริษัทฯ จัดหาที่ดิน เงินทุนและดําเนินการก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยจำนวน 125 อาคาร รวม 5,830 หน่วย บนพื้นที่รวม 125 ไร่ มูลค่าลงทุนกว่า 2,448 ล้านบาท แต่ในระหว่างการดำเนินการ บริษัทฯได้รับแรงกดดันจากบอร์ด กคช.และกลุ่มบุคคลภายในการเคหะฯ ในหลายรูปแบบ อาทิ การบีบบังคับให้บริษัทฯ ซื้อที่ดินที่ไม่มีทางออกที่อยู่ติดกับโครงการ ซึ่งคณะกรรมการ กคช.ได้ติดต่อประสานกันไว้แล้ว หรือการแก้แบบจากผังทิศใต้ เป็นผังทิศเหนือ หรือนำเอากลุ่มผู้รับเหมาจากภายนอกเข้ามาร่วมแสวงหาประโยชน์จากโครงการ ซึ่งบริษัทฯจำใจต้องยอมรับเงื่อนไขนอกสัญญาดังกล่าว ไม่เช่นนั้นจะถูกกลั่นแกล้ง

Advertisement

ต่อมา คณะกรรมการ กคช.ได้อ้างสิทธิตามสัญญาและบีบบังคับให้บริษัทฯ ปรับลดหน่วยการก่อสร้างโครงการลงเหลือเพียง 1 ใน 3 ของสัญญาเดิม ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนก่อสร้างต่อหน่วยที่สูงขึ้นมาก ยังผลให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบอย่างหนักจนไม่สามารถก่อสร้างโครงการได้ตามสัญญา

ด้วยเหตุนี้บริษัท จึงยื่นฟ้อง กคช.และผู้รับเหมาภายนอกในคดีแพ่ง ซึ่งศาลแพ่ง ได้มีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ กคช. แพ้คดีตามคำพิพากษาคดีแดงที่ 5988/2552 จนเกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างบริษัทฯ และ กคช. อย่างต่อเนื่อง จนโครงการไม่สามารถดําเนินการต่อไป และกลายเป็นคดีพิพาทที่ยังคงอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างเตรียมการฟ้องเรียกคืนที่ดินจำนวน 125 ไร่จาก กคช.ตามสัญญาและตามสัญญาร่วมลงทุน ดังนั้น บริษัทฯ ยังคงเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินพิพาทดังกล่าวอยู่ เนื่องจากยังมีคดีความฟ้องร้องอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลปกครองสูงสุด แต่ระหว่างปี 2564 ที่ผ่านมา กคช. ได้ขอเข้าใช้พื้นที่โครงการบางส่วน เพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่า กคช. เป็นผู้ครอบครองพื้นที่โครงการ แต่บริษัทฯ ไม่อนุญาต

หลังจากนั้น กคช. ได้ส่งเจ้าหน้าที่และกลุ่มบุคคลเข้ายึดพื้นที่บางส่วนของโครงการ เพื่อดำเนินการปรับปรุงอาคาร แม้บริษัทฯ จะทักท้วงและยืนยันไม่อนุญาตก็ตาม จึงทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องร้องทุกข์ดําเนินคดีต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกเข้าพื้นที่ทั้งหมดในข้อหาร่วมกันบุกรุกฯและทําให้เสียทรัพย์ ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวนของ สภ.บางพลี

แต่กระนั้น การเคหะฯ ก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมการบุกรุก โดยยังคงให้บุคคลซึ่งแสดงตัวอย่างเปิดเผยเข้าครอบครองพื้นที่อาคารบางส่วนของโครงการเพื่อดำเนินการปรับปรุงอาคาร หวังจะเปิดจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป โดยบริษัทไม่สามารถขัดขวางได้เลย แม้บริษัท ฯ จะนําป้ายไปปิดประกาศในพื้นที่เพื่อสงวนสิทธิตามกฎหมายก็ตาม แต่ก็ถูกกลุ่มบุคคลทุบทําลาย โดยบริษัทฯ รับทราบมาว่า กคช. มีแผนจะดำเนินการปรับปรุงอาคารบางส่วนให้แล้วเสร็จและจะนำเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งจะยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงการและอาจสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่หลงเชื่อเข้ามาซื้อโครงการไม่รู้เรื่องราวด้วย