‘จุรินทร์’ ยัน พณ.พร้อมดูแล ‘หมูแพง’ สั่งวอร์รูมตามใกล้ชิด สกัดฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า-กักตุน

แฟ้มภาพ

‘จุรินทร์’ ยัน พณ.พร้อมดูแลปัญหา ‘หมูแพง’ สั่งวอร์รูมติดตามใกล้ชิด สกัดฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า-กักตุน

เมื่อวันที่ 21 มกราคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีปัญหาราคาเนื้อหมูแพงว่า ปัญหานี้ต้องมีการบูรณาการร่วมกันจากหลายหน่วยงาน โดยในภาพรวม เกิดจากปริมาณหมูในตลาดขาดแคลน ดังนั้น จะต้องเพิ่มปริมาณสินค้าให้สมดุลกับความต้องการตลาด แล้วราคาเนื้อหมูจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล

นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องการนำเข้าหมูนั้น กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้มีอำนาจโดยตรง แต่เป็นอำนาจของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะพิจารณาการนำเข้าหมูเพิ่มหรือไม่ ขณะที่การเพิ่มปริมาณหมู รัฐบาลได้มีมาตรการสนับสนุนให้เกษตรกรมีการเลี้ยงหมูเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงการคลังได้เตรียมวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ วงเงินรวม 3 หมื่นล้านบาท และให้กรมปศุสัตว์ประสานผู้เลี้ยงหมูรายย่อยกลับมาเลี้ยงหมูเพิ่ม ขณะที่อาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับต้นทุนในการเลี้ยงหมูก็ต้องมีการปรับลดภาษีเช่นกัน โดยเป็นอำนาจของกระทรวงการคลังในการเป็นผู้พิจารณา

“กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการสั่งห้ามส่งออกหมูเป็นการชั่วคราว รวมถึงการติดตามปลายทางการขายหมูตั้งแต่หน้าฟาร์ม ร่วมกับกรมปศุสัตว์ โดยการกำหนดราคาหมูที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีการค้ากำไรเกินควร หรือการฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยต้องสนับสนุนให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ และไม่เป็นภาระของผู้บริโภคจนเกินไป” นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวว่า ส่วนผู้ที่ฉวยโอกาสในการค้ากำไรเกินควร ทั้งเนื้อหมู รวมถึงสินค้าอื่นๆ และมีถ้ามีพฤติกรรมการกักตุนสินค้า หากตรวจสอบการกระทำความผิดนั้นจะมีการดำเนินคดีโทษสูงสุด นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งคณะทำงานกำกับติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าแก้ไขปัญหาและดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือวอร์รูม โดยนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ดำเนินการและประสานกับพาณิชย์จังหวัดให้ติดตามดูแลปัญหาสินค้าอย่างใกล้ชิด

นายจุรินทร์กล่าวถึงกรณีตรวจสอบห้องเย็นที่ จ.สงขลา ว่าขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นการเข้าข่ายการกักตุนเนื้อหมูหรือไม่ แต่เบื้องต้นได้รับรายงานพบว่ามีความผิดในการไม่แจ้งจำนวนสินค้า (สต๊อก) ต่อกรมการค้าภายใน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับวันละ 2,000 บาท จนกว่าจะมีการแจ้งต่อกรมการค้าภายใน ส่วนความผิดอื่นๆ นั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

นายจุรินทร์กล่าวว่า ขณะเดียวกัน เรื่องสินค้าราคาแพง กรมการค้าภายในหารือกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อตกลงกัน ช่วยตรึงราคาสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันไม่ให้ขึ้นราคาในภาวะเช่นนี้ ซึ่งได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว อาทิ กลุ่มผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มเครื่องดื่มน้ำอัดลม กลุ่มผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องปรุง ไข่ไก่สด ส่วน เนื้อไก่ ตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้มีมติให้เป็นสินค้าควบคุมนั้น จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า กรณี น้ำมันปาล์มขวด นั้น กระทรวงพาณิชย์จะดูแลราคาให้เหมาะสม แต่ทั้งนี้ต้องดูเรื่องต้นทุนการผลิตด้วย เนื่องจากในปัจจุบันราคาผลปาล์มมีราคาสูง หากมีการกำหนดราคาที่ต่ำจนเกินไป อาจส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มขวดหยุดการผลิตลง เพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว และจะทำให้น้ำมันปาล์มขวดขาดตลาดจนราคาเพิ่มขึ้นสูงได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon