‘สโตนเฮ้นจ์ฯ’ ตั้งเป้าปี’65 โกยรายได้แตะ 2 พันล้านบาท รุกตลาดก่อสร้างทั้งรัฐ-เอกชน

‘สโตนเฮ้นจ์ฯ’ ตั้งเป้าปี 65 โกยรายได้แตะ 2 พันล้านบาท รุกตลาดก่อสร้างทั้งรัฐ-เอกชน

นายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ผู้นำกลุ่มธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร เปิดเผยถึง ภาพรวมธุรกิจปี 2565 พร้อมเติบโตรับอานิสงส์นโยบายภาครัฐเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องในงานโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และสาธารณูปโภค เพื่อวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว รวมถึงการขยายความเชี่ยวชาญไปยังอุตสาหกรรมที่เป็นเทรนด์การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ อาทิ การบริหารงานก่อสร้างในกลุ่มโรงพยาบาล ถือเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในเมกะเทรนด์ที่มีการลงทุนต่อเนื่อง เพื่อรองรับสังคมสูงวัยในประเทศไทย โดยความเชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัท ทำให้ในช่วงที่ผ่านมามีพอร์ตงานในมือหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ได้พึ่งพิงเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์แนวสูงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสให้กลุ่มบริษัทเข้าไปให้บริหารงานโครงการเพิ่มเติมในปี 2565 ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรม โรงงาน คลังสินค้า ศูนย์ราชการ ท่าอากาศยาน และสนามกีฬา รวมถึงการทยอยส่งมอบงานในมือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง สนับสนุนภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2565 ให้สามารถเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยวางเป้ารายได้โตทะลุ 2,000 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้งานในมือที่รอรับรู้รายได้ (แบคล็อก) ในปัจจุบันอยู่ประมาณ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานภาครัฐบาล 70% และเอกชน 30% อาทิ งานที่ปรึกษาคุมงานก่อสร้างโครงการสวนป่าเบญจกิติ ระยะที่ 2-3 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมส่งมอบงานเร็วๆ นี้

“ในปี 2564 ที่ผ่านมา แม้เป็นปีที่ท้าทายในการบริหารควบคุมงานก่อสร้างภายใต้สถานการณ์โควิด แต่บริษัทฯ ยังสามารถส่งมอบงานในมือและคว้างานใหม่มาเติมพอร์ตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2565 เราเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกตั้งแต่ไตรมาส 4/2564 ที่ผ่านมา รัฐบาลมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และเม็ดเงินจากการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงประเมินปริมาณงานที่จะออกมาประมูลในปี 2565 ยังคงอยู่ในระดับสูง หลังจากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลชะลอแผนการลงทุนออกไป สร้างความเชื่อมั่นภาคเอกชนเดินหน้าขยายการลงทุน โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ให้บริษัทเข้าไปมีส่วนร่วมในความสำเร็จ ลุยคว้างานใหญ่ต่อเนื่องได้ ” นายสมเกียรติกล่าว

นายสมเกียรติกล่าวว่า ปัจจุบันมีงานที่อยู่ระหว่างควบคุมการก่อสร้าง ได้แก่ ศูนย์บริการตรวจและดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็ง อาคารนวมินทราชินี และอาคารคัคณางค์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมงานบริการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ศูนย์การเรียนรู้และวิจัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ บริษัท การแพทย์ สุขุมวิท 62  จำกัด นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่จะเริ่มก่อสร้างปี 65 โดย STI ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บริหารงานก่อสร้าง ได้แก่ RSU International Hospital ของบริษัท อาร์เอสยู ฮอสพิทอล จำกัด, โรงพยาบาลน่าน มูลนิธิกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มูลนิธิรามาธิบดี เป็นต้น ขณะที่ ในช่วงต้นปี 64 ที่ผ่านมา STI ได้ส่งมอบงานโรงพยาบาลเมดพาร์ค โรงพยาบาลชั้นนำแห่งภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในเครือโรงพยาบาลมหาชัย จำกัด (มหาชน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon