‘สุริยะ-สาธิต’ ขึ้น ฮ.ตรวจจุดน้ำมันรั่วกลางทะเล ชาวบ้านพบคราบน้ำมันชายหาด จี้บริษัทจ่ายค่าเสียหาย

‘สุริยะ-สาธิต’ ขึ้น ฮ.ตรวจจุดน้ำมันรั่วกลางทะเล ชาวบ้านพบคราบน้ำมันชายหาด จี้บริษัทจ่ายค่าเสียหาย

จากกรณี บริษัท SPRC ปิโตรเลี่ยม จำกัด (มหาชน) ต.มาบตาพุด จ.ระยอง เกิดเหตุท่อส่งน้ำมันกลางทะเล ห่างจากชายฝั่งประมาณ 20 กม.เกิดรั่วไหลออกมา จำนวน 400,000 ลิตร หลังเกิดเหตุอธิบดีกรมทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่ง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ กรมเจ้าท่า พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงเรือเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยมีเฮลิคอปเตอร์ กำลังฉีดสารเคมีสกัด ด้านบริษัทออกแถลงการณ์ล่าสุด จำนวนน้ำมันที่รั่วไหลออกมามีทั้งหมด 1.6 แสนลิตร ล่าสุดเหลือประมาณ 50,000 ลิตร กำลังอยู่ระหว่างการกำจัด และ ควบคุมไม่ให้พัดเข้าฝั่ง ตามข่าวที่เสนอไป

เกี่ยวกับคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 ม.ค.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง และ นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง และ นายพงษ์กรณ์ ช่อชูวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารระบบความปลอดภัย คุณภาพสิ่งแวดล้อมและชีวอนามัย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการกำจัดน้ำมันในทะเล ที่ห้องประชุม อบจ.ระยอง

ในที่ประชุมนายพงษ์กรณ์ ตัวแทน SPRC ได้รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดย กล่าวขอโทษกับทุกฝ่ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากระบบการโหลดน้ำมัน เปฌนทุ่นลอนห่างจากฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นท่อที่มีความกว้าง 48 นิ้ว โดยเกิดเหตุขึ้นขณะกำลังโหลดน้ำมันจากเรือบรรทุกน้ำมันจากประเทศยูเออี หลังเกิดเหตุก็เริ่ใการควบคุมการไหลทันที ประสานทุกหน่วยงานเข้าช่วยสกัดคราบน้ำมัน โดยมีน้ำมันรั่วออกมาจำนวน 1.6 แสนลิตร จากการตรวจสอบล่าสุดกำจัดน้ำมันไป เหลือเพียง 5,000 ลิตร ที่กำลัง อยู่ระหว่างการกำจัด โดยการฉีดสารเคมีสลายคราบน้ำมัน และ ใช้ทุ่นกันไม่ไหลคราบน้ำกระจายตัวไปในวงกว้าง พื้นที่การรั่วไหลกินวงกว้างประมาณ 7,000 ไร่ ทางบริษัทพร้อมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าจำนวนน้ำมันที่รั่วไหลทั้งหมด 1.6 แสนลิตร ส่วนที่ทางบริษัทแจ้งครั้งแรกว่ารั่ว 4 แสนลิตร นั้นเกิดจากการประเมินเบื้องต้น ขณะนี้เหลือเพียง 5,000 ลิตรเท่านั้นที่ยังอยู่ระหว่างกำจัด และ ขอยืนยันว่าไม่เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และ มั่นใจว่า คราบน้ำมันจะไม่ลอยเข้าชายหาดแน่นอน และ จะแก้ไขกำตัดได้เรีบร้อยภายในวันนี้ นอกจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบในทุกมิติ ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสอบสวนสาเหตุ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยทางตนเองและคณะจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุร่วมกับ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และ นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง

นายสาธิต รมช.สาธารณสุข ได้กล่าวว่า หลังทุกฝ่ายระดมเข้าช่วยกำจัดคราบน้ำมัน จนถึงขณะนี้สามารถควบคุมได้แล้ว จะไม่ทีผลกระทบรุนแรงเหมือนกับเหตุการณ์ เมื่อ ปี พ.ศ.2556 ย้ำทางบริษัทต้องรีบผิดชอบเยียวยาในทุกมิติที่ได้รับผลกระทบ ส่วนด้านกฎหมาย ได้มีการประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว

ส่วนบริเวณชายหาดระยอง หาดแม่รำพึง ชายหาดสุชาดา และ ชายหาดแสงจันทร์ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ล่าสุดยังไม่พบว่ามีคราบน้ำซัดเข้าชายฝั่ง

นายยุทธภูมิ พืชพันธ์ สมาชิกกลุ่มประมงพื้นบ้านบ้านตากวน เจ้าอาวาส กล่าวว่าเมื่อคืนได้ออกไปทำการประมงในทะเลพบคราบน้ำมันดิบเป็นแผ่น ลอยอยู่กลางทะเลห่างออกจากฝั่ง 12 ไมล์ทะเล โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเรือหรือเจ้าหน้าที่สอนชลได้นำเรือตรวจตราลาดตระเวนกันไม่ให้เข้าไปทำการประมงใกล้กับพื้นที่ที่จุดคราบน้ำมันรั่วไหล ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบกับสัตว์น้ำทะเล และ ปัญหาการบริโภคอาหารทะเลซึ่งนักท่องเที่ยวจะแตกตื่นไม่กล้าบริโภคอาหารทะเลเหมือนครั้งที่ผ่านมาที่ระยองเคยได้รับผลกระทบการรั่วไหลของน้ำมันมากแล้ว จึงอยากให้ทางบริษัทออกมารับผิดชอบและเยียวยาทุกกรณีที่ทางบริษัททำเรื่องเสียหายกับสิ่งแวดล้อมและจนกระจายเป็นผลกระทบในวงกว้าง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon