คิดเห็นแชร์ : กลยุทธ์ลงทุน รับมือตลาดหมี 2022
ปี 2022 เป็นปีที่ผันผวนมากอย่างไม่ต้องสืบ
เริ่มปีมายังไม่ครบเดือน ราคาสินทรัพย์ทั่วโลกก็เหวี่ยงขึ้นลงอย่างหวือหวา
ขณะที่มองต่อไปบนปฏิทินในอีก 11 เดือนข้างหน้า ยังมีความไม่แน่นอนรออยู่มาก ทั้งจากนโยบายการเงิน สงคราม เงินเฟ้อ การปิดเปิดเมือง รวมถึงเลือกตั้ง
เราจึงควรเตรียมรับกับความผันผวนที่อาจ “ไม่ลดลง” ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
แต่แทนที่จะถือเงินสดและซ่อนตัว ผมเชื่อว่านักลงทุนทุกท่านอยากเปลี่ยนการปรับฐานรอบนี้เป็นโอกาสให้ได้ด้วย ผมจึงนำกลยุทธ์และ ETF มานำเสนอ เพื่อเราจะได้ใช้เป็นแนวทางในการปรับพอร์ต บนเป้าหมาย หรือสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
กลยุทธ์แรกคือ “ตั้งรับ” ด้วยธีม Defensive Nature
สำหรับนักลงทุนที่ต้องถือสินทรัพย์ไว้ตลอดเวลา กลยุทธ์ที่เหมาะสม คือ ธีมที่มีความเป็นสายตั้งรับโดยธรรมชาติ ดีกว่าบอนด์ และต้องทนรับดอกเบี้ยขาขึ้นไหว
ETF ที่สามารถนำมาทดแทนได้ คือธีม “ปันผลสูง” เช่น Global X Super Dividend ETF ตัวย่อ SDIV ที่ลงทุนส่วนใหญ่ในบริษัทที่มีกระแสเงินสดและนโยบายปันผลแน่นอน การปรับฐานล่าสุดทำให้ยีลด์ที่คิดจากปันผลย้อนหลัง 12 เดือน เทียบกับราคาปัจจุบันสูงกว่า 8% คุ้มค่ากับความเสี่ยง
แบบที่สอง คืออยู่ในอุตสาหกรรมที่ความสัมพันธ์กับตลาดต่ำ เช่น ธีมบริการสุขภาพ
ปัญหาคือธีมนี้ช่วงหลังมักมีส่วนผสมของเทคโนโลยีรวมอยู่ เราจึงต้องแก้ด้วยการ เพิ่มความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางสังคมไปแทนที่
เช่น ETF อย่าง BFIT หรือ Global X Health & Wellness ETF แม้จะลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีดูแลสุขภาพ แต่เน้นผลิตภัณฑ์เพื่อการออกกำลังกายกลางแจ้ง ในอนาคตเมื่อผ่านช่วง Lockdown ธีมนี้ก็ควรได้รับความสนใจมากกว่าธุรกิจ Healthcare อื่นๆ
แต่ถ้าไม่อยากได้หุ้น ก็สามารถแบ่งสัดส่วนนี้ไปถือ SPDR Gold Trust หรือ GLD ได้ แม้ดอกเบี้ยอาจกดดันบ้าง แต่เชื่อว่าเงินเฟ้อและปัญหาการเมือง น่าจะหนุนให้ทองคำไม่ปรับตัวลงพร้อมกับตลาดหุ้นในปีนี้
กลยุทธ์ต่อมาคือ “ครองเกม” ด้วยธีม The Last Reopening
สิ่งที่ปี 2022 แตกต่างจากช่วงวิกฤต คือมุมมองของชาวโลกที่กลัวโควิดน้อยลงมาก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมถึงเวลาเริ่มการผลิตรอบใหม่
ผมเชื่อว่า “ทองแดง” ซึ่งได้รับฉายาว่าจบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จะเกาะกระแสนี้ได้ดีที่สุด เพราะราคาทองแดงมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจโลก
ตัวอย่างการลงทุนที่น่าสนใจคือ Global X Copper Miners ETF (COPX) ที่ในธุรกิจเหมืองทองแดงทั่วโลก
ส่วนใครที่อยากลงทุนรับการเปิดการเดินทาง ก็มีสอง ETF ที่น่าสนใจคือ FILL หรือ iShares MSCI Global Energy Producers ETF และ CARZ (First Trust NASDAQ Global Auto Index Fund) รวมเป็นธีม Fill up your car หรือ “เติมเต็มถัง”
สอง ETF นี้จะรวมผู้ผลิตพลังงานและผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เข้าด้วยกัน ปัจจุบันซื้อขายในระดับ P/E ที่ต่ำกว่าตลาด แม้จะไม่ใช่การลงทุนแห่งอนาคต แต่สามารถมองเป็นธีมปัจจุบันที่ตอบโจทย์ปีเปิดเมืองได้เป็นอย่างดี
กลยุทธ์ที่สามคือ “สวนกลับ” ด้วยธีม Buy The Dip
เลือกลงทุนสินทรัพย์ที่ลงแรงแต่คาดว่าจะกลับขึ้นมาได้
กลยุทธ์นี้ควรเป็นการลงทุนระยะสั้น ไม่ได้มีเป้าหมายรักษาความมั่งคั่ง หรือเคลื่อนไหวตามเศรษฐกิจเหมือนสองกลยุทธ์ก่อน แต่เลือก ETF ที่ปรับฐานลงแรงเกินกว่า -20% แต่อนาคตของธุรกิจยังสามารถไปต่อได้อีกไกล
ตัวอย่างแรกคือ Global X FinTech หรือ FINX ที่มีการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีด้านการเงินสมัยใหม่ บริษัทส่วนมากไม่ถึงขั้นมีรายได้ จึงปรับฐานลงอย่างรวดเร็วเมื่อตลาดผันผวน
แต่มองไปในอนาคต ธุรกิจบริการการเงินยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการลดต้นทุน และเพิ่มความสะดวกสบายในการทำธุรกิจอยู่อีกมาก
ตัวอย่างที่สอง Global X Robotics & Artificial Intelligence ETF ตัวย่อ BOTZ ลงทุนกับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
เหตุผลที่ปรับฐานเป็นเพราะราคาปรับตัวขึ้นมากในปี 2021 จึงถูกขายทำกำไร ส่วนพื้นฐานและอนาคตไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงเลย
สำหรับผม ช่วงตลาดผันผวน หรือหลังปรับฐาน การ “ถือเงินสด” ไม่ใช่กลยุทธ์เดียวที่นักลงทุนควรคิดถึง เพราะเมื่อราคาเปลี่ยนแปลงเร็ว ก็มักมีโอกาสการลงทุนเกิดขึ้นด้วยเสมอ
ปี 2022 แม้จะมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตามอีกมาก แต่ถ้าวิเคราะห์ให้ดี ส่วนใหญ่เป็นเหมือนตลาดหมีที่เราคุ้นเคย ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ต้องเจอทั้งโรคระบาด การแข่งขันด้านนวัตกรรม หรือสินทรัพย์ใหม่ที่พยากรณ์อนาคตไม่ได้
ดังนั้น ถึงความผันผวนระยะสั้นจะสูงกว่าปกติ เราแค่ต้องจำไว้ว่า
“ไม่ควรเสี่ยงลงทุนด้วยกลยุทธ์ตั้งรับ หรือรุก 100%”
แต่ควรผสมผสานการลงทุนสำหรับสถานการณ์ต่างๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
เพียงเท่านี้ ก็เชื่อว่าชาว Thematic Investor อย่างเราจะสามารถเปลี่ยนความเสี่ยงไปเป็นโอกาสในการทำกำไรได้ ไม่ยากเกินความสามารถครับ
จิติพล พฤกษาเมธานันท์
นักกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ยูโอบี

