หน้าแรก เศรษฐกิจ โกลเบล็ก ชี้ห...

โกลเบล็ก ชี้หุ้น ก.พ.นี้ ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ ให้กรอบดัชนี 1,620-1,680 จุด

1.02.22 | 15:26 น.

โกลเบล็ก ชี้หุ้น ก.พ.นี้ ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ ให้กรอบดัชนี 1,620-1,680 จุด

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ภาพรวมทิศทางตลาดหุ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ดัชนียังคงมีแนวโน้มผันผวน โดยได้แรงสนับสนุนจากการเก็งกำไรการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวดปี 2564 ซึ่งคาดว่าจะรายงานออกมาฟื้นตัวทั้งเทียบแบบรายไตรมาส และรายปี เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่ดีขึ้น


รวมถึงการทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งล่าสุดกรมทางหลวงได้ทุ่มงบประมาณกว่า 4.5 พันล้านบาท เพื่อดำเนินการขยายเส้นทางมอเตอร์เวย์เชื่อมต่ออู่ตะเภา เพื่อรองรับการเดินทางในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งคาดว่าจะตอกเสาเข็มปลายปี 2565 เพื่อให้ทันใช้สำหรับการเปิดสนามบินอู่ตะเภาในปี 2568 อีกทั้งการผ่อนปรนเว้นการเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้กำกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทั้งภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ภาษีมูลค่าเพิ่ม และยังให้นำผลขาดทุนมาหักกลบกับกำไรในปีภาษีเดียวกัน ของกรมสรรพากร ทำให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาคึกคักมากขึ้น

และราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง ขณะที่นักลงทุนยังวิตกกังวลการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จึงให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 1,620-1,680 จุด

นางสาววิลาสินี กล่าวว่า สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวขึ้นมาก แต่ไม่สมดุลเนื่องจากมียอดการอุปโภคบริโภคที่อ่อนแอ รวมถึงความไม่แน่นอนจากการใช้มาตรการปราบปรามธุรกิจในภาคเทคโนโลยี และภาคการผลิตที่ชะลอตัว

Advertisement

และทางโกลด์แมน แซคส์ปรับคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 5 ครั้งในปี 2565 เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้ง โดยมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมีนาคมนี้ และด้านคณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ (เจซีเอส) เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธที่ยังไม่ทราบชนิดอย่างน้อย 1 ลูกลงสู่ทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกในช่วงเช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งที่ 7 นับตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา รวมทั้งการจับตาการประชุมโอเปคพลัสในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และการรายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมกราคม จากเอดีพีสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (อีไอเอ)  และทางอียูรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนมกราคม จากมาร์กิต ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย และการกำหนดประชุมเฟดในเดือนมีนาคมนี้

นางสาววิลาสินีกล่าวว่า กลยุทธ์ที่แนะนำในลงทุนคือ หุ้นเด่น 7 ตัว ที่ได้แรงสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานแกร่ง และแนวโน้มการเติบโตของผลการดำเนินงานในปีนี้มีทิศทางที่สดใส และยังได้ประโยชน์จากการกลับมาใช้มาตรการเทสต์ แอนด์ โก วันแรกในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT,  AOT, AAV, BA และ ASAP