หน้าแรก เศรษฐกิจ 8 ก.พ. รถบรรท...

8 ก.พ. รถบรรทุก1,000 คัน บุกกรุง-น้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อม.ค.พุ่ง 3.23%

5.02.22 | 08:51 น.

8 ก.พ.เตรียมรับมือจราจรติดหนึบ รถบรรทุก 1,000 คัน บุกกรุง-น้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อ ม.ค.พุ่ง 3.23%

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เตรียมจัดกิจกรรมแสดงพลังเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ ลิตรละ 25 บาท โดยลดภาษีสรรพสามิต ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯมาดูแล และถอดส่วนผสมน้ำมันปาล์มออกจากน้ำมันดีเซล

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประชุมร่วมกับสมาชิกมีการสรุปมาตรการดำเนินการกรณีราคาน้ำมันแพง และกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์พลังของคนรถบรรทุกครั้งสุดท้าย หรือ ทรัคทาวเวอร์ไฟนอลซีซั่น (Truck Power Final Season) โดยวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ทางสหพันธ์ และทุกภาคส่วนที่ได้รับความเดือดร้อน จะนัดรวมตัวทำกิจกรรม กว่า 1,000 คัน แต่ขออุบไว้ก่อนว่าจะปักหลักค้างคืนหรือไม่ แต่ยืนยันว่าการออกมาแสดงสัญลักษณ์ในครั้งนี้ มีแต่ภาคขนส่ง ผู้ที่มีข้อมูลด้านราคาน้ำมัน และภาคประชาชน ไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องแน่นอน

นายอภิชาติกล่าวว่า การออกมาแสดงพลังในครั้งนี้ จะมุ่งเป้าไปที่เรื่องราคาน้ำมัน การบริหารงานของผู้นำประเทศ และการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงจะนำเรื่องมาโครงสร้างราคาน้ำมันมาตีแผ่ให้ประชาชนรับทราบอีกด้วย

“แม้ทรัคทาวเวอร์ไฟนอลซีซั่น จะเป็นการออกมาจัดกิจกรรมใหญ่ครั้งสุดท้ายของสหพันธ์ฯ แต่หากรัฐยังไม่มีการดำเนินแก้ไขเรื่องราคาน้ำมัน เราก็จะออกมาแสดงสัญลักษณ์ในรูปแบบอื่นๆ อีกครั้งต่อไป หากรัฐยังมองข้ามเรา ผู้ประกอบการรถขนส่งก็มีความจำเป็นที่จะต้องปรับราคาการให้บริการขึ้น และเมื่อนั้นประชาชนระดับกลาง และระดับล่างเดือดร้อน และรัฐบาลเองก็ต้องเป็นผู้แบกรับภาระในส่วนนี้แน่นอน” นายอภิชาติ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อเสนอของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ก่อนหน้านี้คือ ให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละ 25 บาท เป็นเวลา 1 ปี โดยลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯมาดูแล และถอดส่วนผสมน้ำมันปาล์มออกจากน้ำมันดีเซล

วันเดียวกัน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือเงินเฟ้อทั่วไป เดือนมกราคม 2565 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สูงขึ้นร้อยละ 3.23 จากสาเหตุสำคัญคือสินค้าในกลุ่มพลังงาน ที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเงินเฟ้อ โดยสินค้ากลุ่มพลังงานสูงขึ้นร้อยละ 19.22 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2564 ซึ่งสินค้าในกลุ่มพลังงานมีผลต่อการขึ้นของเงินเฟ้อถึงร้อยละ 2.25 เมื่อเทียบกับสินค้าในกลุ่มอาหารสด อาทิ เนื้อสุกร ไก่สด และไข่ไก่ ส่งผลต่อเงินเฟ้อน้อยมาก โดยเนื้อสุกร มีผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นเพียงร้อยละ 0.67 ไก่สด มีผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นเพียงร้อยละ 0.03 และไข่ไก่ มีผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นเพียงร้อยละ 0.05

Advertisement

นายรณรงค์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่ปรับราคาสูงขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุน (ค่าวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าจ้างแรงงาน) จึงส่งผลต่อเงินเฟ้อไม่มากนัก อาทิ น้ำมันพืช อาหารบริโภคในบ้าน-นอกบ้าน และค่าบริการส่วนบุคคล นอกจากนี้ จากการที่อัตราเงินเฟ้อในเดือนมกราคม 2565 เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 3.23 เพราะฐานราคาเดือนเดียวกันของปี 2564 ค่อนข้างต่ำ

“จึงสรุปได้ว่า สินค้าในกลุ่มพลังงานส่งผลให้เงินเฟ้อในเดือนนี้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สินค้ากลุ่มอาหารยังไม่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น” นายรณรงค์กล่าว

นายรณรงค์กล่าว สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในระดับที่ไม่มากนัก จากนี้ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเงินเฟ้อ หากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกสูงถึง 90-100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รัฐบาลคงเข้ามาดูแลเรื่องภาระค่าครองชีพ รวมถึงปัจจัยเงินบาทอ่อน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ต้องดูแล เพราะมีผลต่อราคานำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรเพื่อมาลงทุน