สันติชี้ เหตุ รมต.ภูมิใจไทยไม่ร่วม ครม.เพราะต้องกักตัว ไม่เกี่ยวสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ต้องเลื่อนเข้า ครม.สัปดาห์หน้าแทน
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นั้น ไม่เกี่ยวกับการประท้วงหรือคัดค้านกระทรวงมหาดไทยที่นำเสนอผลการเจรจาและร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ ครม.พิจารณาแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะต้องกักตัวตามมาตรการสาธารณสุข เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยง เพราะสมาชิกพรรคภูมิใจไทยติดโควิดกันหลายคนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายสันติกล่าวว่า สำหรับการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งยังไม่พิจารณาผลการเจรจาและร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เนื่องจากกระทรวงคมนาคม เพิ่งจะเสนอความเห็นประกอบการพิจารณามายังเลขาธิการ ครม.เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยนำความคิดเห็นของกระทรวงคมนาคมไปพิจารณาด้วยความรอบคอบ แล้วนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า
นายสันติกล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ต้องนำไปพิจารณาเพิ่มเติมได้แก่ 1.ค่าโดยสายควรถูกลงหรือไม่ 2.ตั๋วร่วมหรือตั๋วใบเดียวตลอดสาย 3.ประเด็นข้อกฎหมายที่เห็นไม่ตรงกัน ทางสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต้องนำไปพิจารณาให้ครบทุกประเด็นที่กังขาของสังคม 4.คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ
“การต่ออายุสัมปทานสายสีเขียวให้กับบีทีเอสน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เนื่องจากจะทำให้สามารถใช้ตั๋วใบเดียวตลอดทั้งสาย ไม่ต้องออกจากระบบ แล้วมาซื้อตั๋วอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ค่าโดยสารแพงขึ้น เพราะเมื่อมาซื้อตั๋วใหม่จะต้องเสียค่าเข้าระบบในแต่ละครั้ง นอกจากนี้ การต่ออายุสัมปทานให้กับบีทีเอสยังมีเงื่อนไขให้บีทีเอสต้องรับภาระหนี้ในส่วนต่อขยายอีกด้วย” นายสันติกล่าว
นายสันติกล่าวว่า ส่วนประเด็นการโอนหนี้จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไปให้บริษัท ขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส นั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ร่วมพิจารณาด้วย เชื่อว่าจะไม่มีการเสียเปรียบแน่นอน

