นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจพรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในช่วงโค้งสุดท้ายหรือใน 3 เดือนสุดท้ายของปี 2559 จะเป็นตัวสะท้อนอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญในช่วงปลายปีนี้และปีหน้า เนื่องจากในช่วง 3 เดือนนับจากนี้ จะมีโครงการเปิดใหม่ในตลาดรวม 143 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าทิศทางอสังหาริมทรัพย์หลังจากนี้จะสดใสและแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้พบว่าการเลือกที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคในกรุงเทพฯ กว่า 50% นิยมเลือกพักอาศัยในคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะในทำเลใกล้รถไฟฟ้าและย่านใจกลางเมืองโดยเฉพาะในทำเลย่านห้วยขวาง-พระรามเก้าที่มีแหล่งออฟฟิศหนาแน่นที่สุด จึงทำให้ราคาที่ดินย่านนี้ปรับตัวสูงขึ้นโดยปัจจุบันมีราคาที่ดินช่วงต้นของถนนรัชดาภิเษกประมาณ 8 แสน – 1 ล้านบาท/ตร.วา เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่มีราคาที่ดินประมาณ 2 – 3 แสนบาท/ตร.ว.
นายประเสริฐกล่าวว่า ล่าสุดได้เปิดโครงการคอนโดมิเนียม “แชปเตอร์วัน อีโค รัชดา-ห้วยขวาง” มูลค่ารวมทั้งหมด 5,300 ล้านบาท ความสูง 22-26 ชั้น จำนวน 8 อาคาร รวม 1,914 ยูนิต แบ่งเป็นห้องชุดแบบสตูดิโอ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 22.57-23.65 ตร.ม. และแบบ 1 ห้องนอน พื้นทีใช้สอย 29.27-36.53 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มเปิดพรีเซลล์ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ เริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในต้นปี 2560 และโครงการจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 โดยคาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายใน 1 ปี ทั้งนี้สำหรับผลประกอบการในกลุ่มคอนโดมิเนียมในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมามียอดขายประมาณ 1 หมื่นล้านบาทเป็นไปตามเป้ายอดขายที่วางไว้

นายรัช ตันตนันตา ประธานผู้อำนวยการ กลุ่มบริษัท ดีที (ดีทีจีโอ) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมี 3 ธุรกิจหลักคือ ธุรกิจด้านเทรดดิ้งและเทคโนโลยี ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและการบริหารโครงการก่อสร้าง สำหรับกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุดในขณะนี้คือธุรกิจด้านเทรดดิ้งฯ มีสัดส่วนรายได้ในปี 2559 ประมาณ 60% ทั้งนี้คาดว่าภายใน 2 ปี หลังจากนี้สัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีสัดส่วน 95% เนื่องจากเป็นช่วงที่จะมีรายได้จากยอดขายรอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อก) ประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเกิดจากการทำธุรกิจในช่วงปี 2558-2559 โดยเฉพาะโครงการไอคอนสยามและวิสซ์ดอม
นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือเอ็มคิวดีซี เปิดเผยว่า ในปีนี้จะเปิดขายรวม 9 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่พักอาศัย 50% และโครงการเชิงพาณิชย์อีก 50% รวมมูลค่าการลงทุนทั้งหมดประมาณ 1 แสนล้านบาท อาทิ โครงการแมกโนเลีย วอเตอร์ฟร้อนธ์ เรสซิเดนซ์ แอท ไอคอนสยาม ปิดการขายแล้ว 100% ในปีนี้ ในราคาเฉลี่ย 3.4-3.7 แสนบาท/ตร.ม. โดยคาดว่าในปี 2559 นี้จะมีแบ็คล็อกประมาณ 3.5 ล้านบาท ทั้งนี้สำหรับผลประกอบการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายแล้วประมาณ 80% ของเป้ายอดขายที่ตั้งไว้ประมาณ 6 พันล้านบาท
“สำหรับทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 ยังคาดเดาในได้ยาก เนื่องจากมีหลายตัวแปรที่มีผลต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเมือง ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งอาจจะต้องเตรียมการรับมือไว้ ทั้งนี้คาดว่าโครงการใหญ่ในปีหน้าบริษัทจะเน้นทำโครงการมิกซ์ยูสหรือเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพและเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาโครงการให้เป็นแลนมาร์คสำคัญ โดยคาดว่าจะพัฒนาโครงการประมาณ 5-6 โครงการ แบ่งเป็น โครงการที่พักอาศัย 50% และโครงการเชิงพาณิชย์อีก 50% มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 5 หมื่นล้านบาท” นายวิสิษฐ์กล่าว

