“คอลลิเออร์ส” เผยปีที่แล้ว คอนโดฯสร้างเสร็จในกทม.ต่ำสุดรอบ 13 ปี คาดปีนี้้กระเตื้องขึ้น
นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากปัจจัยลบทั้งในเรื่องของการขาดแรงงานในการก่อสร้างจากประกาศของกรุงเทพมหานคร ที่มีประกาศสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้างเป็นระยะเวลา 1 เดือนและห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานไปที่อื่นๆ เนื่องจากพบคลัสเตอร์แรงงานก่อสร้างขนาดใหญ่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ผู้พัฒนามีความกังวลในการก่อสร้างคอนโดมิเนียมเสร็จล่าช้าไม่ทันกำหนดการโอนตามเวลาที่ตกลงกันในสัญญา ซึ่งส่งผลให้หลายโครงการคอนโดมิเนียมในช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถก่อสร้างได้ทันตามกำหนดเดิม บวกกับในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผู้พัฒนาปรับลดสัดส่วนการพัฒนารวมถึงการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครลง เนื่องจากหลายปัจจัยลบที่เข้ามากระทบตลาดทั้งในเรื่องของกำลังซื้อต่างชาติที่หายไปจากตลาดในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงอุปทานเหลือขายในหลายพื้นที่ที่ยังไม่สามารถระบายออกได้ ส่งผลให้ผู้พัฒนาส่วนใหญ่เลือกที่จะปรับลดการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมลง หรือบางรายประกาศเลื่อนการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงที่ผ่านมาออกไป เมื่ออุปทานเปิดขายใหม่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้คอนโดมิเนียมก่อสร้างแล้วเสร็จในพื้นที่กรุงเทพมหานครปีพ.ศ. 2564 ปรับตัวลดลงเป็นอย่างมาก หรือ น้อยที่สุดในรอบ 13 ปี
นายภัทรชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส พบว่าภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2543 – 2564 มีคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและจดทะเบียนอาคารชุดในพื้นที่กรุงเทพฯ มากถึง 711,692 ยูนิต สำหรับปีพ.ศ. 2564 ที่ผ่านมาพบว่ามีคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและจดทะเบียนอาคารชุดในพื้นที่กรุงเทพฯ เพียงแค่ 67 โครงการ 25,113 ยูนิต เท่านั้น น้อยสุดในรอบ 13 ปี รองจากปี 2551 ที่มีคอนโดฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จและจดทะเบียนอาคารชุดอยู่ที่ 20,806 ยูนิต และปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 56.1 จากอุปทานที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและจดทะเบียนอาคารชุดในปีก่อนหน้าทั้งหมด 57,220 ยูนิต และจากข้อมูลพบว่า เขตห้วยขวาง เป็นเขตที่มีโครงการคอนโดมิเนียมก่อสร้างแล้วเสร็จและจดทะเบียนอาคารชุด สูงที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานครในปีที่ผ่านมา ด้วยจำนวน 3,189 ยูนิต รองลงมาคือ เขตจตุจักร จำนวน 2,535 ยูนิต และเขตภาษีเจริญ จำนวน 2,449 ยูนิต
“ในปีที่ผ่านมา ผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลายรายหันมาให้ความสนใจกับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในช่วงราคาขายต่ำกว่า 50,000 บาทต่อตร.ม. ในพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอกอีกครั้งและหลายโครงการที่เปิดตัวได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ซื้อเพื่อการปล่อยเช่า รวมถึงเรียลดีมานด์ที่ซื้อเพื่อการอยู่อาศัยเป็นอย่างดี”นายภัทรชัยกล่าว
นายภัทรชัยกล่าวว่า ส่วนปีนี้คาดว่า จะมีคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและจดทะเบียนอาคารชุดในพื้นที่กรุงเทพฯอีกกว่า 33,569 ยูนิต ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากในปีก่อนหน้าประมาณร้อยละ 33.7 และส่วนใหญ่ยังคงตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯรอบนอก ในช่วงประดับราคาประมาณ 70,000-120,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนการเปิดตัวใหม่อาจปรับตัวมาอยู่ที่ประมาณ 24,000-27,000 ยูนิต ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากในปีก่อนหน้าประมาณร้อยละ 28.5 – 34.0 จะกลับมาเป็นบวกอีกครั้งหลังจากที่ตลาดซบเซามากว่า 3 ปี คาดการณ์ว่า สำหรับในปีพ.ศ. 2565 ผู้พัฒนาส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นนอกหรือในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยเฉพาะช่วงรามคำแหง – ลำสาลี รถไฟฟ้าสายสีเหลือง โดยเฉพาะบริเวณถนนลาดพร้าวและศรีนครินทร์ และรถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยเฉพาะถนนรามอินทรา และทำเลย่านบางนา ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่คาดการณ์จะมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมกันอย่างคึกคักในปีหน้า

