หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ททท.’ เล่นเก...

‘ททท.’ เล่นเกมบุก ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าดึงรายได้คืน 50% ต่างชาติ 20 ล้านคน

11.02.22 | 17:43 น.

‘ททท.’ เปลี่ยนโหมดเล่นเกมบุก ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าดึงรายได้คืน 50% ต่างชาติ 20 ล้านคน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปี 2565 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยจะเป็นการสร้างบริบทใหม่ หรืออะเมซิ่ง ไทยแลนด์ นิวแชปเตอร์ ภายใต้ทิศทางการตั้งเป้าหมายและกลยุทธ์แบบใหม่ ซึ่งจะไม่เน้นการนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในจำนวนมากๆ เหมือนแต่ก่อนแล้ว อย่างปี 2562 ประเทศไทยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านล้านบาท มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาถึง 40 ล้านคน แต่เมื่อเกิดการระบาดโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 ทำให้ทั้งปี 2563 มีรายได้ในภาคการท่องเที่ยวเหลือเพียง 8 แสนล้านบาท ส่วนปี 2564 จากเดิมที่คาดว่ารายได้ในจากการท่องเที่ยว จะสามารถดึงกลับเข้ามาได้มากขึ้น แต่ทั้งปี 2564 มีรายได้อยู่เพียง 4 แสนล้านบาทเท่านั้น แต่ก็ถือว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยตั้งเป้าหมายในปี 2565 จะต้องมีสร้างรายได้ในภาคการท่องเที่ยวไทยกลับมาอย่างน้อย 50% จากปี 2562 อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท ส่วนในปี 2566 อยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท หรือ 80% ของรายได้ในปี 2562 ภายใต้เงื่อนไขคือ จะต้องมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนในปี 2562 หรือเข้ามาประมาณ 20 ล้านคนเท่านั้น


“การท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 160 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ประมาณ 6.5 แสนล้านบาท ส่วนตลาดต่างประเทศ จะต้องสร้างรายได้ 6.2 แสนล้านบาท เพื่อให้ถึงเป้าหมายรายได้ของภาคท่องเที่ยวไทยรวมทั้ง 2 ตลาด ต้องไม่ต่ำกว่า 1.28 ล้านล้านบาท โดยการท่องเที่ยวในประเทศจะต้องเป็นขาที่มั่นคง เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนว่า จะสามารถเปิดประเทศได้ดีมากน้อยอย่างไร รวมถึงเราไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาในจำนวนมากๆ ได้เหมือนที่ผ่านมา จึงต้องยึกการท่องเที่ยวในประเทศไว้เป็นหลักก่อน” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ททท.จะเข้าไปช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในด้านอุปทานด้วย จากเดิมเน้นช่วยในด้านอุปสงค์เป็นหลัก โดยจะใช้งบประมาณจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการท่องเที่ยวไทย ที่มีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 300 บาท ซึ่งจะใช้กองทุนดังกล่าวเข้ามาช่วยสนับสนุนในการปรับปรุงและยกระดับอุปทานในประเทศไทย โดยการเปลี่ยนแปลงภาคการท่องเที่ยว จะต้องอยู่ภายใต้การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ การใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการใช้ภาคการท่องเที่ยวสร้างประโยชน์ให้กับทุกคน สามารถกระจายรายได้ที่เกิดขึ้นออกไปอย่างทั่วถึง และเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวไทยจะอยู่ในช่วงของการฟื้นฟู จากที่ผ่านมาอยู่ในโหมดการเยียวยา รวมถึงเปลี่ยนโหมดจากวิกกฤตเป็นโอกาส และเปลี่ยนจากโหมดการตั้งรับเป็นการบุก แม้ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า จากกระแสความผ่อนคลายเงื่อนไขทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เริ่มไม่มีข้อจำกัดในการเดินทางมากขึ้น ทำให้ปี 2565 ถือเป็นปีแห่งการบุกให้เต็มที่แล้ว โดยกลยุทธ์ที่จะไปให้ถึงเป้าหมายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวถึง 2.4 ล้านล้านบาทในปี 2566 คือ จะต้องไม่เน้นการนำจำนวนคนเข้ามามากๆ เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะต้องเปลี่ยนการหากลุ่มลูกค้า ที่มีคุณภาพ และศักยภาพสูงในการใช้จ่าย นิยมเดินทางท่องเที่ยวจำนวนหลายครั้งต่อปี และใช้เวลาในการพักเมื่อเดินทางนานหลายคืน โดยจะต้องเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้ให้มากขึ้นอีก รวมถึงจะต้องเปลี่ยนสินค้าและบริการในภาคการท่องเที่ยว จากเดิมเน้นขายแหล่งท่องเที่ยวเป็นหลัก จะเปลี่ยนเป็นขายประสบการณ์ที่จะได้รับกลับไปเมื่อมาเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ แทน ซึ่งจะต้องมีคุณภาพและได้ตามมาตรฐานด้วย

Advertisement