‘กฟผ.’เตรียมทบทวนปริมาณสำรองไฟฟ้าที่สูง30% ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ15% ตามนโยบายรมว.พลังงาน แต่ยอมรับปัจจัยไม่เอื้อเพียบ

12.10.16 | 15:34 น.

นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานมีนโยบายให้ กฟผ.พิจารณาทบทวนปริมาณสำรองการผลิตไฟฟ้าที่มีสูงถึง 30% ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ 15% ว่า กฟผ.กำลังทบทวนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี 2015) ว่าจะสามารถลดปริมาณสำรองลงได้อย่างไร แต่แนวทางหลัก คือ การเลื่อนการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ออกไป ยอมรับว่าในส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากภาคเอกชนนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะได้ทำสัญญาแล้ว ขณะที่โรงไฟฟ้าของ กฟผ.ขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าทดแทน อาทิ แม่เมาะ พระนครใต้ และบางปะกง หากเลื่อนไปจะมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้าและกระทบต่อราคาค่าไฟ


“ตัวอย่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะ มีความจำเป็นทั้งเรื่องการกระจายเชื้อเพลิงเพื่อรักษาระดับต้นทุนและลดความเสี่ยงการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ ส่วนโรงไฟฟ้าพระนครใต้และบางปะกงจุดสำคัญในการป้อนไฟเข้ามาสู่ กทม.และปริมณฑล ที่มีความต้องการไฟฟ้ากว่าหมื่นเมกะวัตต์ หากเกิดปัญหาไฟตกไฟดับจะมีความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจอย่างมาก” นายกรศิษฏ์กล่าว

นายกรศิษฏ์กล่าวว่า สำหรับปริมาณสำรองที่สูงถึง 30% มาจากแผนพีดีพีฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ที่ยึดตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวระดับ 4% ต่อปี แต่ต่อมาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่อง ขณะนี้เฉลี่ยแค่ 3-3.2% และการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใช้ระยะเวลา 5 ปีต้องวางแผนล่วงหน้า จึงส่งผลให้สำรองเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับช่วงที่ผ่านมารัฐมีการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนปริมาณที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่พลังงานดังกล่าวไม่มั่นคง อาทิ แสงอาทิตย์กลางคืนผลิตไม่ได้ ลมไม่แน่นอน ชีวมวลขึ้นอยู่กับฤดูเก็บเกี่ยวทางการเกษตร

 

Advertisement