ท่องเที่ยวเหนือฟื้นตัวเบาหวิว อัตราเข้าพักวูบเหลือ 20% ทุบธุรกิจโรงแรมปิดถาวร 30%
นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้มีอัตราการเข้าพักในเดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ 20% เพิ่มขึ้นจาก 10-15% ของเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งแม้ปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังถือว่าชะลอตัวลงมาก หากเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2564 มีอัตราการเข้าพักที่ 55-58% เดือนธันวาคม 2565 อยู่ที่ 70% สะท้อนให้เห็นว่าช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564 การท่องเที่ยวปรับตัวขึ้นมาได้ดีมาก แต่เมื่อเจอการระบาดโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่โอมิครอน ทำให้รัฐบาลได้ระงับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านรูปแบบเทสต์ แอนด์ โก เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 และการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศก็ชะลอตัวลงด้วย
“การเดินทางในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถือว่าปรับดีขึ้นกว่าเดือนมกราคม ที่๋ผ่านมา เพราะเดือนมกราคม ถือว่าไม่ดีเลย เนื่องจากหลังหมดช่วงเคาต์ดาวน์ การเดินทางและการใช้จ่ายก็หยุดนิ่งไป โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ก็ยังไม่ได้ดีมากนัก เหตุผลเพราะไม่ได้มีวันหยุดยาวติดต่อกัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่มีเพิ่มขึ้น รวมถึงเรายังเห็นการประชุมสัมมนาค่อนข้างน้อย ไม่ได้กลับมามากเหมือนที่คาดไว้ แม้ภาครัฐจะสนับสนุนการจัดประชุมสัมมนามากขึ้นก็ตาม ซึ่งตรงนี้ก็อาจเป็นเพราะนโยบายการป้องกันโควิด ทำให้ข้อจำกัดในการเดินทางมีมากขึ้น” นางละเอียด กล่าว
นางละเอียด กล่าวว่า สำหรับธุรกิจโรงแรมในขณะนี้กลับมาเปิดให้บริการประมาณ 70% ส่วนอีก 30% ปิดธุรกิจถาวรไปแล้วตั้งแต่การระบาดโควิดระลอกแรก เนื่องจากสายป่านสั้น และไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ว่า การระบาดโควิดจะยาวนานมากน้อยเท่าใด จึงตัดสินใจปิดตัวลงก่อน เพื่อลดความบาดเจ็บให้ตัวเอง ส่วนการปิดธุรกิจและขายให้บุคคลอื่นนั้น ความจริงเราไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนมือของธุรกิจโรงแรมมากนัก ส่วนใหญ่หากปิดตัวลง ก็จะเป็นการปิดตัวไปเลย ยอมเป็นหนี้สถาบันการเงินมากกว่าจะขายให้บุคคลอื่น เนื่องจากในสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ได้มีความสามารถที่จะซื้อขายได้ดีมากนัก เพราะการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินทำได้ยากกว่าปกติ
นางละเอียด กล่าวว่า ทิศทางภาพท่องเที่ยวไตรมาส 2/2565 ความจริงที่ผ่านมาไตรมาส 1 มักดีกว่าหากเทียบกับไตรมาส 2 อยู่แล้วในภาพรวม เพราะคนเดินทางมากกว่า บวกกับนโยบายการเปิดประเทศเข้ามาเสริม แต่เมื่อเราชะลอการเปิดประเทศไป ทำให้สายการบินก็ชะลอการลงทุนทำการบินด้วย ทำให้ตอนนี้มีเที่ยวบินตรงจากสิงคโปร์มาเชียงใหม่เพียง 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งก็มีต่างชาติเข้ามาเพียงหลักร้อยคนเท่านั้น รวมถึงเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติจากภูเก็ตเดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ต่อ ค่อยข้างแผ่วลง เพราะต้องตรวจ RT-PCR 2 ครั้ง ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น กระทบกับการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวต่อ ทำให้เดิมเชียงใหม่ถือเป็นเมืองรองที่ต่างชาติจะเข้ามาเที่ยวอยู่แล้ว ก็ยิ่งทำให้สายการบินไม่เชื่อมั่นที่จะเปิดเที่ยวบินตรงเพิ่มมากเข้าไปอีก
นางละเอียด กล่าวว่า หากไตรมาส 3/2565 ท่องเที่ยวในประเทศมีทิศทางคึกคักขึ้นเหมือนไตรมาส 4/2564 เอกชนก็จะสามารถอยู่ได้ แต่หากไม่เป็นเหมือนคาดไว้ หรือภาพพอๆ กับไตรมาส 2/2565 ที่คนส่วนใหญ่นิยมไปเที่ยวทะเลมากกว่า และรัฐบาลไม่สามารถผลักดันให้เกิดการจัดประชุมสัมมนามากขึ้นได้ จะส่งผลให้เชียงใหม่ดูไม่น่าไปรอด ซึ่งคงเห็นการชะลอตัวของธุรกิจโรงแรมและการจ้างงานลดลงไปอีก ภาคธุรกิจจะต้องอยู่ในสถานการณ์ความไม่แน่นอนและไม่ชัดเจนต่อไป

