หน้าแรก เศรษฐกิจ คน.ขึ้นบัญชีอ...

คน.ขึ้นบัญชีอ่อนไหว’กระสอบทราย-เครื่องสูบน้ำ’หวั่นโก่งราคาพื้นที่ท่วม ครม.ผ่านร่าง กม.แข่งขันฯแล้ว

12.10.16 | 16:59 น.

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสและลดความเดือดร้อนประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม กรมได้เพิ่มรายการสินค้าเกี่ยวกับใช้ในภาวะน้ำท่วมขึ้นเป็นบัญชีสินค้าที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ หรือ Sensitive List (SL) ในเดือนตุลาคมนี้ โดยให้มีการติดตามราคาและภาวะราคาเป็นประจำทุกวัน ได้แก่ กระสอบพร้อมทราย โดยมีราคาตลาดไม่เกิน25-30บาทต่อ(ถุง) 15 กิโลกรัม และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงน้ำมันปาล์มขวด ซึ่งราคาวัตถุดิบผันผวนสูง

สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคโดยทั่วไป ส่วนใหญ่ราคายังทรงตัวและปรับลดบางรายการ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ แต่ก็ยังสั่งการให้ค้าภายในติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยกำชับให้มีสินค้าเพียงพอและจำหน่ายราคาเป็นธรรม


นางนันทวัลย์กล่าวต่อว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ…. ที่ได้ผ่านการตรวจร่างจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ต่อจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดว่าจะได้ข้อสรุปต้นปี 2560 ต่อจากนั้นจะใช้เวลา 90 วันในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ต่อไป อาทิ การแยกตัวออกเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ ตลอดจนสร้างเครือข่ายการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าร่วมกับหน่วยงานกำกับธุรกิจรายสาขาทั้ง 6 สาขา อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานกำกับกิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการการบินพลเรือน รวมถึงออกเงื่อนไขตามกฎหมาย เช่น เกณฑ์ควบรวม เกณฑ์อำนาจเหนือตลาด

สำหรับเกณฑ์อำนาจเหนือตลาด ซึ่งเบื้องต้นได้มีการศึกษาไว้แล้ว เดิมพิจารณาจาก หากเป็นผู้ประกอบการ 1 ราย จะพิจารณาถ้ามีส่วนแบ่งการตลาดเกิน 50% และยอดขายเกิน 1 พันล้านบาท หากเป็นธุรกิจรวมกัน 3 ราย และมีส่วนแบ่งการตลาดเกิน 75% และแต่ละรายมียอดขายเกิน 1 พันล้านบาท ยกเว้นรายหนึ่งรายใดส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่า 10% หรือยอดขายต่ำกว่า 1 พันล้านบาท เงื่อนไขเบื้องต้นปรับเป็นส่วนแบ่งตลาด 30-50% และยอดขายเกิน 2 พันล้านบาท และพิจารณาสภาพแข่งขันประกอบการพิจารณาด้วย เช่น จำนวนผู้ประกอบการ นโยบายภาครัฐ เป็นต้น รวมถึงเพิ่มโทษทางปกครองด้วย