นางรวีพรรณ ช้างเย็นฉ่ำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงเป้าหมายการส่งเสริมเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุน ว่า แง่มูลค่าของวงเงินสินเชื่อที่นำมาจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ ตั้งเป้าเพิ่มขึ้น 2% ของวงเงินจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ จากปี 2564 มีมูลค่า 3,332,162 ล้านบาท และมีจำนวนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ 80,305 สัญญา ส่วนแผนงานการส่งเสริมเอสเอ็มอี นำทรัพย์เป็นหลักประกันเข้าถึงแหล่งเงินทุนของกรมปี 2565 กองทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ มีแผนการดำเนินโครงการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งทุนทั้งในส่วนกลาง 1 ครั้ง และส่วนภูมิภาค 4 ครั้ง เพื่อให้ธุรกิจกว่า 200 ธุรกิจ แสดงศักยภาพด้วยการจำหน่ายสินค้าหรือ บริการ ตลอดจนสร้างการรวมกลุ่มทางการค้า สร้างโอกาสทางการตลาด สร้างต้นแบบการประกอบธุรกิจ และการลงทุนให้มีความหลากหลาย พร้อมเชิญสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 30 หน่วยงาน เข้าร่วมให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำเพื่อช่วยในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ เป้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 ราย
นางรวีพรรณ กล่าวต่อว่า กรมมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนฟู้ดทรัคและแฟรนไชส์ ซึ่งทั้ง 2 ธุรกิจ ต่างเป็นโมเดลทางธุรกิจที่สามารถนำไปประกอบธุรกิจได้ทันทีและมีโอกาสประสบความสำเร็จ ฟู้ดทรัคและแฟรนไชส์กำลังเป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม เพราะทั้ง 2 ธุรกิจต่างมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน เมื่อมีการควบรวมรูปแบบธุรกิจเข้าด้วยกันจึงเป็นการเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจให้มีเพิ่มมากขึ้น และเกิดเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ที่พร้อมจะให้นักลงทุนเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจนี้ แม้ปีที่ผ่านมา ในไตรมาสแรกของปี 2564 อยู่ในภาวะชะงักงัน เพราะการแพร่ระบาดของไวรัส
อย่างไรก็ตามในไตรมาสที่ 2-4 มีการขยายตัวเติบโตเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจก็ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในภาพรวม ดังนั้น กรมจึงพยายามช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกช่องทางเพื่อให้สามารถนำทรัพย์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ รวมถึงการประเมินราคาทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยแรกที่สำคัญในการเข้าถึงแหล่งทุน
นางรวีพรรณ กล่าวต่อว่า วันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์นี้ กรมจัดงาน ‘มหกรรมหลักประกันทางธุรกิจและการนำทรัพย์เข้าถึงแหล่งทุน’ ณ สวนเทพปทุม จังหวัดปทุมธานี ภายในงานมีผู้ประกอบธุรกิจฟู้ดทรัคและแฟรนไชส์ กว่า 30 ร้านค้าเข้าร่วม และมีสถาบันการเงิน สมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย และหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วมให้คำปรึกษาแนะนำการประกอบธุรกิจ การขอสินเชื่อ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง ต่อยอดธุรกิจ ขยายกิจการ หรือเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจ สมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย เตรียมแนะนำให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องข้อมูลลักษณะทรัพย์สินตามที่ประกาศไว้ตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 ทั้ง กิจการ ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิเรียกร้อง สังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ในกรณีที่ผู้ให้หลักประกันประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง และไม้ยืนต้น รวมถึง ประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่กำหนดไว้ตาม พรบ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 ได้แก่ มูลค่ากิจการ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ความลับทางการค้า สินค้าคงคลัง วันละ 10-15 ราย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถใช้สิทธิโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ได้

