เปิดใจ 50 ปี“เจเทค” ชี้จุดอ่อน-จุดแข็งคนไทย

12.10.16 | 22:46 น.

ฟันฝ่าสู่ผู้นำอุตฯชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยนโยบายผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของโลกของรัฐบาลในอดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ค่ายรถยนต์ต่างพาเหรดเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ในเมืองไทยกันอย่างคึกคัก


สิ่งที่ตามมาก็คืออุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ต่างชาติจำนวนมาก ต่างหิ้วกระเป๋าตามค่ายรถยนต์เข้ามาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จำนวนมาก

ย้อนหลังไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว บริษัทเจเทคโตะ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ JTC บริษัทในกลุ่ม บริษัท เจเทค คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาฐานการผลิต และขาย ชิ้นส่วนรถยนต์และแบริ่ง ในปี พ.ศ.2509 ก่อนจะมาเป็นบริษัท JTC ได้ถูกก่อตั้งขึ้น เพื่อนำเข้าสินค้าตลับลูกปืน (Bearing)

ยานยนต์4

Advertisement

กระทั่งปี พ.ศ.2532 ได้ก่อตั้งบริษัทเพื่อผลิตแบริ่ง ผลิตภัณฑ์หลักของ JTC ที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ ครอสส์ ปิน (Cross pin) เพลากลาง (propeller shaft) ถือเป็นโรงงานผลิตโรงงานแรกของบริษัท เจเทค ในประเทศไทย

หลังจากนั้น ปี พ.ศ.2539 จึงเริ่มผลิตพวงมาลัย (Steering) ปัจจุบัน บริษัท เจเทคโตะ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ผลิต และจำหน่ายชิ้นส่วน ตลับลูกปืน (Bearing) พวงมาลัย (Steering) ชุดเพลาขับ (Driveline)

บริษัท JTEKT และบริษัทในกลุ่ม เจเทค กรุ๊ป ในประเทศไทย ประกอบด้วยบริษัทฯรับผิดชอบการผลิต 6 บริษัท พร้อมด้วยศูนย์จำหน่าย มีพนักงานรวมทั้งสิ้น 4,800 คน ร่วมกันพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ ถือว่าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์รายหนึ่งเลยทีเดียว

ล่าสุด ปีพ.ศ. 2558 JTC ได้สร้างฐานการผลิตแห่งที่ 2 ขึ้น คือ โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรม เกตเวย์ อีกทั้ง ในปีนี้บริษัท เจเทคโตะ (ไทยแลนด์) กำลังเตรียมการเพื่อจะเป็นศูนย์กลางการบริหารของ 8 บริษัทในภูมิภาคอาเซียน ในนาม อาเซียน เจเทค กรุ๊ป เพื่อผงาดในความเป็นผู้นำด้านชิ้นส่วนยานยนต์ในภูมิภาคนี้
ต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์ที่ผู้บริหารเจเทค นายโยชิคะซุ โคะนิชิ ประธานบริษัท นายมาโกโตะ โฮโซฮิ รองประธาน เล่าให้ฟังถึงเส้นทาง 50 ปี ความเป็นมาของเจเทคและทิศทางต่อไปในอนาคต
Oย้อนไปจุดเริ่มต้นเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

-เราตามบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เข้ามา ช่วงตอนที่เราเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เราเข้ามาเป็นเทรดดิ้ง นำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์หลากหลายชนิด มาป้อนให้กับค่ายรถ แต่มาระยะหลังเราเข้ามาตั้งโรงงาน นำเครื่องจักรเข้ามาผลิต ทำให้เราได้รับการสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ อย่างล่าสุดเรากำลังเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ หรือพลังงานแสงอาทิตย์ เข้ามาใช้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ จะหมดเขตได้สิทธิประโยชน์จากบีโอไอในปีหน้า แต่คาดว่าเราจะสามารถดำเนินการได้ทัน

สภาพการแข่งขันในกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เป็นอย่างไรบ้าง

-การแข่งขันในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ถือว่าสูงมาก โดยเฉพาะเรื่องราคา แต่จุดแข็งของเราคือเรามองทั้งโกลบอล เรามีบริษัทอยู่ในหลายประเทศ และมีบริษัทแม่อยู่ที่ญี่ปุ่น เมื่อพัฒนาสินค้าแล้วจึงนำมาเสนอลูกค้าได้หลากหลาย

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2555 เราได้สร้างเทคนิคัล เซ็นเตอร์ หรือศูนย์พัฒนาเทคนิคในประเทศไทย ทำให้เราสามารถพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ได้ตรงกับความต้องการของค่ายรถยนต์ในประเทศไทยได้มากขึ้น เป็นการพัฒนาตามผู้ผลิตรถยนต์ เพราะต่างก็เข้ามาตั้งเทคนิคัลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยหลายบริษัท เราก็ทำแบบเดียวกัน เราพัฒนาบุคลากรให้สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์รุ่นใหม่ได้ ขณะนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้น อยู่ในช่วงประเมินสินค้าที่กำลังผลิตป้อนให้ค่ายรถยนต์อยู่ และจะประเมินผลิตภัณฑ์ที่จะผลิตในอนาคตด้วย
เรานำระบบบริหารจัดการแบบโมโนซูกูริ เป็นระบบมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับของญี่ปุ่น เข้ามาใช้บริหารงานในเทคนิคัลเซ็นเตอร์ นอกจากนี้เรากำลังจะจัดงานแสดงสินค้า เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าบริษัทเราสามารถทำอะไรได้บ้าง

ยานยนต์3

ปรับตัวรับกับการมาของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างไรบ้าง

-ในอนาคตหากลูกค้าของเราผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เราก็ต้องปรับตัวให้ทัน ยอมรับว่าเรามีความกังวลเรื่องนี้ ดังนั้นเราต้องปรับตัวให้ทัน เทคนิคัลเซ็นเตอร์ของเราในประเทศไทย หรือแม้แต่เทคนิคัลเซ็นเตอร์ของบริษัทแม่ในญี่ปุ่นก็ต้องปรับตัวเช่นกัน ขณะนี้เราเริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้วในญี่ปุ่น การที่รัฐบาลไทยมีนโยบายสนับสนุนเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ดี แต่เราในฐานะผู้ผลิตชิ้นตส่วน ไม่ได้มองว่ารัฐบาลเดินหน้าเรื่องนี้เร็วหรือช้า แต่ขึ้นกับผู้ใช้ว่า อยากใช้รถประเภทนี้หรือยัง ราคาถูกหรือไม่ และจำเป็นกับการใช้งานแค่ไหน

ผลประกอบการของบริษัทเป็นอย่างไรบ้าง

-เมื่อปี 2558 บริษัทมียอดขายประมาณ 12,200 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะมียอดขายลดลงเล็กน้อย น่าจะอยู่ที่ประมาณ 11,700 ล้านบาท สาเหตุเพราะผู้ผลิตรถยนต์ลดกำลังการผลิตลง จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ตลาดทั้งในประเทศและส่งออกต่างชะลอตัวไปด้วย แต่บริษัทก็มีแผนจะลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่มอีกประมาณ 700 ล้านบาท ประมาณเดือนมีนาคม 2560 หลังจากนั้นก็มีแผนจะลงทุนอย่างต่อเนื่องอีก

สิ่งที่อยากให้ทางรัฐบาลสนับสนุนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่ม

-อยากให้พิจารณาเรื่องภาษีศุลกากร การนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จากต่างประเทศ ปัจจุบันนี้เสียอยู่ประมาณ 30% สำหรับชิ้นส่วนบางอย่างที่ไม่สามารถผลิตในประเทศไทยได้ ถือว่ายังสูง หากดูแลตรงจุดนี้ได้ก็จะดี

สำหรับเรื่องกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนถือว่าไม่มีปัญหา แต่อยากให้รัฐบาลสนับสนุนบริษัทเล็กๆ ที่ทำงานร่วมกับบริษัทใหญ่อย่างเราบ้าง เพราะกลุ่มนี้ไม่ได้รับการส่งเสริมลงทุนจากบีโอไอเหมือนกับบริษัทใหญ่ จึงประสบปัญหาหลายด้าน อยากให้ภาครัฐช่วยกลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ให้แข็งแรงด้วย

มีเสียงวิจารณ์ว่าค่ายรถญี่ปุ่น ดึงผู้ผลิตชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นเข้ามา แล้วซื้อขายกันเอง ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนคนไทยได้รับผลกระทบ

ยานยนต์1

-แม้ว่าเราเป็นบริษัทญี่ปุ่น แต่เราไม่คิดว่าจะทำธุรกิจกับเฉพาะคนญี่ปุ่น เราสนใจทำธุรกิจกับทุกบริษัท เมื่อเราสนใจ เราจะขอราคาไป หากยอมรับได้ รักษาเวลาและมีคุณภาพได้มาตรฐาน เราจะดูแค่ 3 สิ่งนี้ ดูว่าคู่ค้าเราตอบสนองเราแค่ไหน และแม้ขณะนี้เรามีคู่ค้าที่เป็นบริษัทไทยประมาณ 10% ที่เหลือเป็นบริษัทญี่ปุ่นทั้งหมดก็ตาม แต่ในแง่การบริหารจัดการ เราก็ให้โอกาสผู้บริหารคนไทยเข้ามาบริหารงานในตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน หรือผู้จัดการส่วนงานบริหารทั่วไป

ช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ผ่านวิกฤตอะไรมาแล้วบ้าง

-ในอดีตเราเคยได้รับผลกระทบจากการลดค่าเงินบาท เมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นเราไม่มีงานเข้ามาเลย บริษัทพยายามหาทางลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด เพื่อพยายามฝ่าฟันไปให้ได้ และเมื่อเมืองไทยมีปัญหาก็มีผลต่อเนื่องไปถึงบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น และบริษัทแม่ก็เข้ามาช่วยเหลือโดยกระจายงานจากประเทศอื่นมาให้

ต่อมาเจอปัญหาดีมานด์ช็อกจากแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส ช่วงนั้นแทบไม่มียอดส่งออก งานลดลงจาก 100% เหลือ 70% และล่าสุดคือผลกระทบจากน้ำท่วมปี 2554 ตอนนั้นเราอยู่ได้เพราะยอดส่งออก แต่หลังน้ำท่วม รัฐบาลมีนโยบายลดภาษีรถยนต์คันแรก ในปี 2555 ตอนนั้นยอดขายเราเพิ่มขึ้นถึง 1 เท่าครึ่ง ทั้งยอดขายในประเทศและส่งออก

นอกจากนั้นก็มีปัญหาการชุมนุมปิดถนน การปิดสนามบิน การทำรัฐประหาร แต่พอมาช่วง 3 ปีหลังมานี้ ยอดขายเราดีขึ้นปีละเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงปีที่น้ำท่วม

เมื่อเกิดวิกฤต มีวิธีรับมือกับปัญหาอย่างไร

-เรายึดหลักใช้ดีเอ็นเอของเจเทคบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น มองวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อเจอวิกฤต เราจะไม่เอาแต่ครุ่นคิดว่าจะแย่แล้ว แต่เราจะมองไปข้างหน้า เราจะใช้ช่วงเวลาที่มีปัญหานั้นเตรียมความพร้อม เมื่อถึงอนาคตมีงานเข้ามา เราจะสามารถรับมือได้ทันท่วงที ยกตัวอย่างตอนน้ำท่วม บริษัทไม่มียอดขาย แต่ปีถัดไปยอดขายเพิ่มกว่าเท่าครึ่ง เราก็พร้อมทันที เพราะช่วงน้ำท่วมเราเตรียมตัวล่วงหน้าไว้แล้ว เราจะคอยฝึกฝนปรับปรุง เมื่อวันนั้นมาถึงเราก็พร้อมรับมือ

มองจุดอ่อนจุดแข็งการทำงานของคนไทยอย่างไรบ้าง

-จุดแข็งของคนไทยคือ เป็นสยามเมืองยิ้ม คนไทยมีจิตใจเมตตา เป็นชาวพุทที่มีจิตใจเอเฟื้อเผื่อแผ่ แต่เหรียญก็มี 2 ด้าน มีจุดแข็งในเรื่องนี้ แต่ก็กลายเป็นจุดอ่อนของคนไทย เพราะพนักงานหลายคนยังมองว่าการทำงานเพื่อตัวเองเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อบริษัท คนญี่ปุ่นมองมุมนี้ มองว่าการมีจิตใจดีเกินไป บางครั้งอาจกลายเป็นจุดอ่อนได้

มาถึงวันนี้คิดว่าเจเทคเป็นผู้นำอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์หรือยัง

-ผลิตภัณฑ์ของเราหลายชิ้นเป็นผู้นำแล้ว แต่บางอย่างก็ยัง แต่เราวางเป้าหมายว่า เราต้องการจะเป็นผู้นำในทุกด้าน เราอยากจะเป็น และเราต้องการจะเป็น และในการเฉลิมฉลองวาระครบ 50 ปี เราวางเป้าหมายไว้ว่า เราจะต้องเป็นผู้นำให้ได้ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์นี้ และเชื่อว่าวันนี้จะต้องมาถึงสักวัน ในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน