เซ็นทรัลพัฒนา โชว์ปี64 กำไรกว่า7พันล้าน ประกาศแผน5ปีพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสต่อเนื่อง

น.ส.นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารความเสี่ยงของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ “CPN” เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 28,977 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 7,148 ล้านบาท ซึ่งปี 2564 เป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับเซ็นทรัลพัฒนา จากผลกระทบที่ได้รับจากสถานการณ์โควิด19 ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมตลอดปี เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ได้รับผลกระทบเป็นบางช่วง แต่ด้วยการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ที่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ประกอบกับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่าย พร้อมกับยังดูแลให้ความช่วยเหลือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่ม อย่างทั่วถึง อาทิ ผู้เช่าและผู้ประกอบการ ทั้งลดค่าเช่าและช่วยเหลือตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสภาพคล่องให้คู่ค้า สนับสนุนให้เข้าถึงสินเชื่อฟื้นฟูกับพันธมิตรธนาคาร การจัดแคมเปญช่วยผลักดันยอดขายร้านค้าทุก Category รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ช่วยเหลือเอสเอ็มอี เกษตรกรและกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่สำคัญปี 2564 บริษัทฯสามารถเดินหน้าลงทุนเปิดโครงการใหม่ตามแผนที่วางไว้ ได้แก่ เซ็นทรัล ศรีราชา และ เซ็นทรัล อยุธยา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมหลังเปิดให้บริการ

น.ส.นภารัตน์ กล่าวว่า สำหรับทิศทางการลงทุนปี 2565 เซ็นทรัลพัฒนาคงเดินหน้าลงทุนเปิดโครงการใหม่ โดยปีนี้กำหนดเปิด “เซ็นทรัล จันทบุรี” ภายในไตรมาส 2 และการปรับปรุงพลิกโฉมศูนย์การค้าเดิม อาทิ เซ็นทรัลเวิล์ด เซ็นทรัล พระราม 2 และเซ็นทรัล รามอินทรา เป็นต้น ประกอบกับเดินหน้าพัฒนาโครงการต่างๆ อาทิ อาคารสำนักงาน โรงแรม และที่พักอาศัย เพื่อต่อยอดแนวคิดความเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคนภายใต้โครงการมิกซ์ยูส นอกจากนี้ ยังมีโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ร่วมพัฒนากับบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะทยอยเปิดให้บริการในปี 2567

สำหรับแผนการลงทุนและเป้าหมายทางธุรกิจระยะ 5 ปี (ปี 2565-2569) บริษัทมีการปรับแผนการลงทุน และแผนพัฒนาโครงการใหม่ที่ยังไม่ได้ประกาศ ทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสม โครงการที่พักอาศัย รวมถึงแผนการปรับปรุงสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมทั้งบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน บริษัทฯ ยังคงศึกษาโอกาสการลงทุนธุรกิจในรูปแบบอื่น การเข้าซื้อกิจการ และการลงทุนในต่างประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ มาเลเซีย และเวียดนาม รวมถึงศึกษาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงเพื่อขยายช่องทางในการสร้างรายได้ใหม่และสอดคล้องกับแผนการเติบโตตามเป้าหมายในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image