หน้าแรก เศรษฐกิจ บล.พาย ชี้เหต...

บล.พาย ชี้เหตุตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลตัดสินใจของนักลงทุน

21.02.22 | 18:16 น.

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ “พาย” (Pi) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones ยังคงปรับฐานลงต่อเนื่องอีก 0.68% เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นป้องกันความเสี่ยงสงครามในวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ล่าสุดมีรายงานออกมาว่า รัสเซียเตรียมบุกโจมตียูเครนอีกไม่กี่วันข้างหน้า และ ล่าสุดฝรั่งเศสได้ประกาศให้พลเมืองฝรั่งเศสที่อยู่ในยูเครนเดินทางออกมา ดังนั้น สัปดาห์นี้ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน ยังคงเป็นปัจจัยที่คอยกระทบการลงทุนในกรณีที่เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น ช่วงต้นสัปดาห์จึงเป็นไปได้ที่ SET INDEX มีโอกาสย่อตัวลงบ้าง ตามการปรับฐานลงวันศุกร์จากสหรัฐ


ทั้งนี้ ปัจจุบันรัสเซียเป็นผู้ส่งออกพลังงานอันดับต้นๆของโลกไม่ว่าจะเป็นน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ ดังนั้น หากรัสเซีย – ยูเครนทำการเปิดฉากโจมตีกัน จะส่งผลให้ราคาน้ำมันและแก๊สธรรมชาติพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อภาวะเงินเฟ้อโลกให้ยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่วนปัจจัยสัปดาห์นี้ฝั่งต่างประเทศ ได้แก่ 1.ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคผลิตในวันอังคาร Bloomberg คาดที่ 56.2 2. ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐในวันพฤหัส Bloomberg คาดที่ 2.39 แสนตำแหน่ง

ส่วนด้านในประเทศ 1. สถานการณ์ COVID-19 เริ่มดูน่าจับตาใกล้ชิดอีกครั้งหลังการติดเชื้อรายวันแตะเกือบ 1.9 หมื่นรายสูงสุดในรอบ 6 เดือนและด้านการเสียชีวิตก็เริ่มสูงขึ้นมาเช่นกัน 2. ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน 4Q21 Bloomberg คาด SET 100 จะรายงานออกมาราว 40 บริษัท 3. การรายงาน GDP 4Q21 ประเทศไทยในวันจันทร์ Bloomberg คาดที่ 0.7%YoY (4) การรายงานการค้าระหว่างประเทศไทยประจำเดือนมกราคมปีนี้ ในวันพุธ Bloomberg คาดมูลค่าส่งออกและนำเข้าขยายตัว 18%YoY,23%YoY ตามลำดับ

ดังนั้น จะเห็นว่าสัปดาห์นี้ปัจจัยค่อนข้างทรงตัวประกอบกับในวันศุกร์เริ่มเห็นการขายสุทธิออกมาของนักลงทุนต่างชาติจึงประเมิน SET INDEX สัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1685 – 1730 เชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสัปดาห์แนะนำกลุ่มสื่อสาร ได้ประกาศสัดส่วนการแปลงเป็นหุ้นบริษัทใหม่ส่งผลให้กลุ่มสื่อสารจะเหลือผู้เล่นเพียง 2 รายการแข่งขันจะเบาบางลงบวกต่อกำไร ท่องเที่ยว วันที่ 28 ก.พ. นี้ เป็นวันแรกที่เปิดเส้นทางบินซาอุ – ไทยหลังจากนายกฯรัฐมนตรีไทยบินไปเชื่อมสัมพันธ์ช่วงปลายมกราคมที่ผ่านมา ทางภาคการท่องเที่ยวได้ คาดว่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวซาอุมาได้ราว 2 แสนคนสร้างรายได้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาทและจะเพิ่มเป็น 5 แสนคนในอนาคต นอกจากนี้กลุ่มโรงพยาบาล จะเป็นอีกกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการมีลูกค้าฝั่งตะวันออกกลางและซาอุก็เป็นหนึ่งในนั้น

Advertisement