เจ้าท่าแจง ปิดท่าเรือซังฮี้ เนื่องจากชำรุด เตรียมเปิดให้ปชช.ใช้บริการ 24 ก.พ.
ตามที่ได้มีการเสนอข่าวผ่านสื่อโซเชียล มติชนออนไลน์ กรณีเรือด่วนเจ้าพระยาธงส้มงดจอดท่าเรือสะพานกรุงธน (ซังฮี้) ตั้งแต่วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 เนื่องจากท่าเรือมีการชำรุด และท่าเรือพายัพก็ยังไม่สามารถเปิดใช้บริการได้
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปฏิบัติการ เปิดเผยว่า กรณีเรือด่วนเจ้าพระยาธงส้มงดจอดท่าเรือสะพานกรุงธน (ซังฮี้) ตั้งแต่วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 นั้น เนื่องจากท่าเรือด่วนด้านเหนือสะพานมีการชำรุด จึงไม่ปลอดภัยในการให้บริการประชาชน และตามนโยบายรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่า พัฒนาการให้บริการท่าเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ให้มีความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงกับระบบขนส่งรูปแบบอื่นได้อย่างไร้รอยต่อ
กรมเจ้าท่า เมื่อทราบว่าท่าเรือสะพานกรุงธน (ซังฮี้) ชำรุดและไม่ปลอดภัยต่อประชาชนที่ใช้บริการจึงได้เร่งจัดเตรียมวัสดุและดำเนินการซ่อมท่าเรือในวันที่ 22 -23 กุมภาพันธ์ 2565 โดยจะเปิดให้บริการท่าเรือสะพานกรุงธน (ซังฮี้) ได้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำ ส่วนการดำเนินการปรับปรุงท่าเรือพายัพ จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ปลายเดือนมิถุนายน 2565 นี้ เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยให้แก่ประชาชนภายใต้แผนพัฒนายกระดับท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสถานีเรือเชื่อมโยงระบบขนส่งล้อ ราง เรือ จำนวน 29 ท่า

โดยกรมเจ้าท่า ได้พัฒนาท่าเรือที่แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการไปแล้วจำนวน 4 ท่า ได้แก่ ท่าเรือกรมเจ้าท่า ท่าเรือสะพานพุทธยอดฟ้า ท่าเรือท่าน้ำนนทบุรี ท่าเรือท่าช้าง และท่าเรืออยู่ระหว่างการปรับปรุง จำนวน 7 ท่า มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2565 จำนวน 2 ท่าได้แก่ ท่าเรือท่าเตียน ท่าเรือสาทร และภายในเดือนมิถุนายน 2565 จำนวน 5 ท่า ได้แก่ ท่าเรือราชินี ท่าเรือบางโพ ท่าเรือเกียกกาย ท่าเรือพายัพ และท่าเรือสะพานพระราม 7 นอกจากนั้นในส่วนท่าเรืออีกจำนวน 18 แห่ง จะดำเนินปรับปรุงตามแผนงานงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในปี 2567 นี้
ทั้งนี้ เมื่อท่าเรือทั้ง 29 ท่าแล้วเสร็จตามแผน จะเป็นการเชื่อมโยงระบบการขนส่ง ล้อ ราง เรือ โดยสมบูรณ์ ซึ่งประชาชนจะได้รับประโยชน์สูงสุดในการเดินทางที่สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย ตามนโยบายการพัฒนาท่าเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยา และช่วยลดปัญหาการคับคั่งของการจราจรทางบก ลดระยะเวลาในการเดินทาง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำและสร้างภาพลักษณ์การเดินทางของประเทศต่อไป


