นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า สำหรับการลงทุนในช่วงนี้ในแง่ของนักลงทุนรายบุคคลที่เพิ่งเริ่มลงทุนขอให้ดูข้อมูลข่าวสารและการวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์การลงทุน ทั้งนี้ หากมองในแง่ของปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศถือว่ายังดีอยู่ ซึ่งเหตุการณ์ที่กังวลกันอยู่ทุกคนก็กังวลเหมือนกัน ดังนั้น นักลงทุนต้องใช้สติในการดูแลพอร์ตการลงทุนของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ตลท.ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) รวมทั้งกระทรวงการคลังอย่างต่อเนื่องและทำงานร่วมกันเป็นปกติอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาตลท.ได้หารือกับหน่วยงานที่กำกับดูแลในทุกเหตุการณ์ที่มีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น ส่วนกรณีที่มูลค่าซื้อขายสุงถึง 1.3 แสนล้านบาทในวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมาผิดสังเกตหรือไม่นั้นต้องนำข้อมูลมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นมากนั้นตลท.มั่นใจว่ามีเครื่องมือและความพร้อมที่รองรับได้ ขณะที่การตรวจสอบการซื้อขายนั้นทางคณะทำงานมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ แต่ในช่วงนี้ต้องดูอย่างเข้มข้นมากขึ้น ด้านมาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์เชื่อว่าเพียงพอกับสภาพตลาดที่ผันผวนแต่จะเริ่มใช้มาตรการเมื่อตลาดหุ้นปรับลงถึง 10% แล้วเท่านั้น
นางเกศรากล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นเรื่องการถูกบังคับขายของบัญชีสินเชื่อเพื่อซื้อขายหุ้น(มาร์จิ้นโลน)นั้น เท่าที่สอบถามไม่พบว่าเป็นประเด็น เนื่องจาก ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลข่าวสารมาอย่างต่อเนื่องและสามารถตัดสินใจได้เอง
“เรื่องเหตุการณ์ที่กังวลคือเรื่องที่มูลค่าการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ตลท.ต้องทำงานร่วมกับก.ล.ต.อยู่แล้ว ส่วนการหารือกระทรวงการคลังเป็นเรื่องที่ว่ากระทรวงการคลังต้องดูแลตลาดเงินและตลาดทุน เรื่องทั้งหมดถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกฝ่ายจะหารือกันอย่างสม่ำเสมอ”นางเกศรากล่าว

