หน้าแรก เศรษฐกิจ เทสโก้ หนุนเอ...

เทสโก้ หนุนเอสเอ็มอีปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคเข้ายุค4.0 ยอมรับค้าปลีกโตต่ำแค่1-2%

13.10.16 | 15:55 น.

นายจอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้โลตัส กล่าวในงานสัมมนา“เทสโก้ โลตัส สานพลังเอสเอ็มอี คิดต่าง สร้างคุณค่า มัดใจลูกค้ายุค 4.0 ” ซึ่งได้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานกว่า 200 ราย ที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่า ปัจจุบันลูกค้าสัดส่วน 80% ของเทสโก้ คือกลุ่มเอสเอ็มอี ที่มีประมาณ 9,000 ราย และเอสเอ็มอีมีความสำคัญต่อธุรกิจค้าปลีกและภาพรวมของเศรษฐกิจไทยอย่างมาก ดังนั้น เทสโก้ มีนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ เป็นคู่ค้าหรือพันธมิตรร่วมกัน และส่งเสริมเอสเอ็มอีให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกัน


สำหรับภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกในไทย พบว่า 6 เดือนที่ผ่านมา มีการขยับดีขึ้นตามเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้น แต่เป็นการขยับแบบทรงตัวไม่หวือหวา และบริษัทฯยังให้ความสำคัญกับการลงทุนขยายสาขาต่อเนื่อง หรือใกล้เคียงกับปีนี้ ซึ่งมีการขยายสาขาประมาณ 65 สาขา ทำให้ปัจจุบันมีสาขาแล้ว 1,800 สาขา

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการฝ่ายการพาณิชย์ เทสโก้ โลตัส กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจในยุค 4.0 ว่า ขณะนี้ไม่ใช่แค่เอสเอ็มอีที่ต้องปรับตัว ค้าปลีกขนาดใหญ่เองก็ต้องปรับตัว ซึ่งเทสโก้เองก็ปรับตัวมาตลอด 2 ปี โดยหันไปเน้นกลุ่มสตรีเป็นหลัก โดยจะเลือกสินค้า คุณภาพ และบริการที่เหมาะสมกับกลุ่มสตรีให้มากที่สุด

“ปีหน้าการแข่งขันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น จะแข่งขันด้านราคาอย่างเดียวไม่ได้แล้ว พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่เข้าซื้อสินค้าร้านสะดวกซื้อและซื้อผ่านออนไลน์มากขึ้น ค้าปลีกใหญ่จึงต้องทำอย่างไรให้สะดวกมากขึ้น ดังนั้นต้องทำตัวเป็นผู้คัดเลือกสินค้าดีมีคุณภาพและเสริมบริการที่สะดวกให้ลูกค้าเพื่อจูงใจ เพราะเตรียมรับมือภาพรวมค้าปลีกที่ยังไม่สดใสมากนัก อัตราโตเพียง1-2% ธุรกิจจะอยู่ได้ต้องชิงส่วนแบ่งการตลาด ทำให้การแข่งขันจะยิ่งรุนแรงขึ้น จะแข่งด้านราคาก็ดึงลูกค้าได้ชั่วคราว แต่สุดท้ายลูกค้าเลือกที่สินค้า คุณภาพ และบริการที่แตกต่างกว่า ต่อจากนี้จะแข่งขันในด้านนวัตกรรม “ นายสมพงษ์ กล่าว

Advertisement

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีที่มี 95% เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่พบว่าปัญหาเอสเอ็มอีไทย ยังมีอยู่มากใน 3 ด้านคือ พัฒนาสินค้าไม่ต้องความต้องการตลาด  รูปแบบธุรกิจไม่สอดคล้องตลาด และผลิตสินค้ายังไม่ตรงกับมาตรฐานสากล ดังนั้นเป็นเรื่องที่จะเร่งปรับตัว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็มีโครงการต่างๆที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้มแข็งและขยายตลาดได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ที่สำคัญต้องเพิ่มทักษะเป็นผู้ประกอบการแทนการเชี่ยวชาญด้านผลิตอย่างเดียว