นายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ อีจีเอ เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจระดับความพร้อมจากการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ประจำปี2559 ของ อีจีเอ ในระดับกระทรวง พบว่าหน่วยงานที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมในภาพรวม 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.กระทรวงการต่างประเทศ 2.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) และ3.กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจากผลการสำรวจที่ได้ อีจีเอ ได้จำแนก เป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มที่มีความพร้อมดีอยู่แล้วและสามารถพัฒนาความพร้อมให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กระทรวงดีอี, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงการคลัง, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี กลุ่มที่ศักยภาพในการพัฒนาสู่รัฐบาลดิจิทัลในระดับสูง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงพลังงาน, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกลุ่มที่มีพัฒนาการสูงและมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงวัฒนธรรม และในกลุ่มที่มีพัฒนาการสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลในระดับปานกลางถึงสูง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงอุตสาหกรรม
“ในภาพรวมพบว่าการไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยดีขึ้น อ้างอิงได้จากการที่เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) จัดอันดับประเทศทางด้านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จาก 193 ประเทศ ประเทศไทยได้อันดับที่ 77 ของโลก มีอันดับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2588 ถึง 25 อันดับ แต่ในภาพรวมสิ่งที่ควรดำเนินการมากขึ้นคือการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ในอนาคตการติดต่อทางราชการด้วยการใช้สำเนาบัตรประชาชนควรหมดไป โดยอาศัยการใช้การอ่านสมาร์ทการ์ดบนบัตรเข้ามาแทนที่” นายศักดิ์ กล่าว
นายศักดิ์ กล่าวว่า ในการจัดการประเมินระดับความพร้อมจากการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ได้จัดทำขึ้นเป็นปีที่2 เพื่อติดตามระดับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของแต่ละหน่วยงานภาครัฐระดับกรมในประเทศไทย ให้สอดคล้องกับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งในการสำรวจครั้งนี้ได้ดำเนินการสำรวจทั้งสิ้น 272 หน่วยงาน แบ่งเป็นภาครัฐ 146 หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ 47 หน่วยงาน และ องค์การมหาชนและหน่วยงานอิสระ 79 หน่วยงาน โดยจากหน่วยงานที่ตรวจสอบทั้งหมดมีหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือในการตอบรับให้มีการตรวจสอบทั้งสิ้น 234 หน่วยงาน หรือคิดเป็น 86% ทั้งนี้จากการที่มีบางหน่วยงานไม่ได้ตอบรับการสำรวจก็อาจส่งผลให้ผลการสำรวจคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีหน่วยงานด้านเทคโนโลยยีมากมาย อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แต่กลับไม่ได้ส่งกลับเอกสารให้สำรวจ เบื้องต้นจึงต้องจัดกระทรวงวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีในกลุ่มที่มีพัฒนาการระดับปานกลางถึงสูง
นายศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในการสำรวจยังพบว่าในการให้บริการแก่ภาคประชาชนหน่วยงานรัฐที่ให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล มีจำนวน 79.9% แบ่งเป็นเว็บไซต์ 72% และ แอพพลิเคชั่น 51% หน่วยงานรัฐบาลที่มีการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์(โซเชียลมีเดีย) ในการแจ้งข้อมูลข่าวสารหรือสื่อสารกับบุคคลภายในและภายในของหน่วยงานนั้นมีทั้งสิ้น 69% ส่วนการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันอยู่ในขณะนี้มี 95.73% ของหน่วยงานทั้งหมดยอมเปิดเผยข้อมูลให้ภาครัฐด้วยกันและประชาชนนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

