หน้าแรก เศรษฐกิจ ญี่ปุ่นร่วมมื...

ญี่ปุ่นร่วมมือไทยพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เปิดประชุมครั้งแรกวางกรอบการดำเนินงาน

13.10.16 | 17:00 น.

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือความร่วมมือระดับสูงระหว่างไทยและญี่ปุ่น ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ครั้งที่ 1 (The First Meeting of the Japan – Thailand High – Level Cooperation Dialogue on Agricultural and Food Industries) โดยนายฮิโระมิจิ มะสึชิมะ ปลัดกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น เป็นประธานฝ่ายญี่ปุ่น ที่โรงแรมสุโกศล กรุงเทพฯ ว่าการประชุมหารือดังกล่าว ถือเป็นนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเพื่อเร่งรัดและผลักดันการดำเนินความร่วมมือให้มีผลเป็นรูปธรรมภายใต้กรอบบันทึกแสดงเจตจำนง (เอ็มโอไอ) ว่าด้วยความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมฯ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.การประชุมหารือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในประเด็นด้านนโยบาย ประเด็นริเริ่มใหม่ รวมถึงประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายต้องการเร่งรัดการดำเนินงานภายใต้กรอบ คือ มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและสัตว์ ความร่วมมือด้านการชลประทาน การสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการเกษตรและอาหาร และการสนับสนุนเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ของไทย จะเสนอให้กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น ร่วมกันจัดทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) การแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายระหว่างไทย-ญี่ปุ่น


นายธีรภัทรกล่าวว่า 2.การประชุมหารือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนโดยนำเสนอด้านนโยบายของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ อาทิ สถานการณ์ด้านการเกษตรและอาหารของไทย รวมถึงแผนพัฒนาการเกษตรฯ ฉบับที่ 12 นโยบายเวิลด์ ฟู้ด วาเล่ย์ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการลงทุนในคลัสเตอร์อาหาร ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (พีพีพี) และการพัฒนาทางการเกษตรแบบสมัยใหม่ ทั้งนี้ การประชุมหารือความร่วมมือฯ ดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ในการเร่งรัดและผลักดันการดำเนินความร่วมมือให้มีผลเป็นรูปธรรมภายใต้เอ็มโอไอ และเป็นโอกาสให้ประเทศไทยสามารถผลักดันประเด็นด้านนโยบาย ประเด็นริเริ่มใหม่ และประเด็นที่ไม่สามารถตกลงกันได้ในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจญี่ปุ่น-ไทย (เจเทปป้า) รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไทย และญี่ปุ่น จะได้มีโอกาสหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นในด้านนโยบายร่วมกัน ตลอดทั้งขยายความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหาร และเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกันด้วย