“กอบศักดิ์” ชี้ไทยเข้าสู่เศรษฐกิจเฟสใหม่ ต้องเร่งลงทุนคาด “เงินเฟ้อ”กระทบระยะสั้น
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย จัดสัมมนาใหญ่ประจำปี 2565 “อสังหาริมทรัพย์ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2022”โดยดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมุมมองเศรษฐกิจไทยและอสังหาริมทรัพย์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโดยรวมกำลังเข้ามาใกล้ปลายอุโมงค์เมื่อเทียบกับปีที่แล้วหลังมีการฉีดวัคซีน ทำให้ไทยกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ของเศรษฐกิจ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ความผันผวน เมื่อผ่านช่วงนี้ไปได้ จะทำให้ทุกอย่างไปได้ดี เป็นช่วงท้าทายต้องเตรียมการหลายอย่างเช่นเดียวกัน
ไทยเริ่มเข้าสู่เศรษฐกิจเฟสใหม่
“การเข้าสู่เศรษฐกิจเฟสใหม่ มีความท้าทายต่างจาก 2 ปีที่แล้ว ที่ซบเซา ประคองตัวให้อยู่รอด แต่ครั้งนี้มีความท้าทายใหม่ เช่น ความผันผวนในระบบการค้า การเงินโลก เฟตปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ทุกอย่างเกิดความผันผวนตามมามาก เช่น หุ้น ทอง คริปโทราคาตก ส่วนสถานการณ์โควิดคาดว่าปลายมีนาคมนี้โอมิครอนจะดีขึ้นและปลายปีเราน่าจะอยู่ร่วมกับโควิดได้ดีและเศรษฐกิจจะเดินหน้าได้ ถึงเวลาที่ต้องเตรียมการลงทุนรอบใหม่รับกับเศรษฐกิจเฟสใหม่ ซึ่งภาคธุรกิจอสังหาฯ ต้องเร่งเครื่องลงทุนในช่วงนี้ ”
ทุกเซ็กเตอร์เริ่มฟื้น-ท่องที่ยวรอ2 ปี
นายกอบศักดิ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ดัชนีเศรษฐกิจหลายอย่างเริ่มเป็นเทรนด์ดีขึ้นทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภค ภาคอุตสาหกรรม แสดงว่าทุกอย่างได้กลับไปปกติแล้วเกินกว่าที่เคยเป็นก่อนโควิดเรียบร้อย จะมีภาคการท่องเที่ยวมีปัญหายังต่ำเตี้ยอยู่ ในช่วงกันยายน-ธันวาคม 2564 เศรษฐกิจเริ่มฟื้น หลังฉีดวัคซีนมากขึ้น ทำให้คนกล้าออกจากบ้าน แม้ว่าปีนี้จะมีโอมิครอน
“มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะดีเป็นพิเศษใน 2 ปีนี้ เพราะภาคการท่องเที่ยวที่คิดเป็นสัดส่วน 15%ของจีดีพี จ้างงาน 10 ล้านคนเริ่มฟื้นตัว จากการท่องเที่ยวในประเทศ ที่กลับมาแล้ว5%ของภาคท่องเที่ยวทั้งหมด ยังเหลือต่างประเทศ10%ที่ยังไม่มา ล่าสุดเราเปิดเมืองเปิดประเทศทำให้อัตราการเข้าพักโรงแรมเพิ่มขึ้นจาก2%เป็นเกือบ40% มาจากไทยเที่ยวไทย
และเมื่อเปิดให้ต่างชาติเข้าประเทศในรูปแบบ เทสต์แอนด์โกอีกครั้งทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาหนุนให้ดีขึ้น ปีนี้น่าจะได้5-6 ล้านคนตามที่รัฐตั้งเป้าไว้ และกลับไป 20-25 ล้านคนในปีต่อไป ถ้าเร่งภาคท่องเที่ยวกลับมา จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่ปิดตายไป 15%ของจีดีพีกลับมาในปี 2565-2566”
จับตาสงครามยูเครนดันเงินเฟ้อพุ่ง
นายกอบศักดิ์กล่าอีกว่า ปัจจัยลบต่อภาคอสังหาฯ มีต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้น 6-19% และภาวะเงินเฟ้อ แต่เป็นช่วงระยะสั้น เพราะเงินเฟ้อไทยอยู่ที่กว่า 3% ยังต่ำกว่าต่างประเทศ และกันยายนนี้จะเริ่มปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามจากสงครามรัสเซียกับยูเครน อาจจะทำให้ไทยมีปัญหาเรื่องเงินเฟ้ออีกเล็กน้อย เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนใหญ่ของทุกคน ซึ่งรัสเซียผลิตน้ำมันประมาณ 10%ของโลก พอมีการบอยคอยรัสเซีย จะมีนัยต่อราคาน้ำมัน จะเป็นผลกระทบต้นทุนการดำเนินการ
คาดแบงก์ชาติยังไม่ปรับดอกเบี้ย
นายกอบศักกดิ์ยังประเมินทิศทางต้นทุนการเงิน
โดยมองว่าดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติยากจะเปลี่ยน อย่างน้อยจะไม่มีเปลี่ยนอีก 1 เดือน เพราะเมืองไทยยังมีคนตกงาน50%ของภาคท่องเที่ยว 5 ล้านคน และภาคท่องที่ยวยังไม่กลับมาที่ 40 ล้านคน ต้องรอจนภาคท่องเที่ยวกลับมาปกติปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ทางแบงก์ชาติถึงจะเริ่มคิดถึงเรื่องการดูแลดอกเบี้ย
แต่ว่าพันธบัตรรัฐบาลได้ปรับขึ้นไปแล้วตามตลาดอเมริกาจะส่งผลต่อต้นทุนการออกหุ้นกู้ของทุกคน รวมถึงธุรกิจอสังหาในการออกหุ้นกู้ ตอนนี้เพิ่มขึ้น1% แล้ว ในอนาคตถ้าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแรง จะปรับขึ้นอีกพอสมควร ทั้งนี้ต้นทุนการเงินจะปรับตัวในจังหวะที่ไม่เหมือนกัน เช่น ดอกเบี้ยบ้านจะผูกกับนโยบายดอกเบี้ยของแบงก์ชาติ ดอกเบี้ยธนาคารจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีถึงจะเริ่มขยับ

